[Fic Haikyuu!!] :: Lover Game 5 (UshiOi) [END]

posted on 07 May 2015 15:39 by ai-cream in Fiction directory Fiction

Title: Lover Game 5 - END

Author: AiCream

Pairing: Ushijima Wakatoshi x Oikawa Tooru

Rating: PG-13

<< [Fic Haikyuu!!] :: Lover Game 4 (UshiOi)

 

ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาโออิคาวะตัดขาดทุกการติดต่อกับอุชิจิมะ ตัวเขาเองก็เพิ่งฟื้นไข้จากการที่ไปนั่งตากลมด้วย จึงทำให้สภาพร่างกายยังกลับมาไม่สมบูรณ์

“หิมะตกมาหลายวันแล้วนะเนี่ย”

“นั้นสินะ”

“จะว่าไป นายหายดีแล้วจริงๆหรอ”

“นั้นสินะ”

“...ไอ้เวรคาวะ!! ตอบเป็นอย่างเดียวหรือไง!” ว่าแล้วมือที่ถือหนังสือก็ตบลงกลางหลังเสียงดัง

“นี่อิวะจัง ฉันก็แค่ไม่รู้จะตอบอะไร นายช่วยหยุดลงไม้ลงมือกับฉันสักวันสองวันได้มั๊ย”

“นี่นายรู้มั๊ย ว่านายทำตัวเหมือนสาวน้อยอกหักในการ์ตูนตาหวานเลย”

“อิวะจัง อ่านการ์ตูนแบบนั้นด้วยหรอ มิน่าถึงเข้าใจฉัน”

“หน่อย!!”

“ใจเย็นน่า อิวาอิซึมิ หมอนี่ก็กวนเป็นปกติอยู่แล้วนี่” ฮานะมากิรีบเข้ามาห้าม

 

หลังจากเลิกเรียนโออิคาวะก็เดินกลับบ้านกับอิวาอิซึมิ ระหว่างทางที่ปกติเจ้าตัวจะพูดนั้นพูดนี่กลับเงียบจนเพื่อนรักอดที่จะถอนหายใจไม่ได้

“นี่ เรื่องนั้นนายแน่ใจแล้วหรอว่าเขามีคนอื่นน่ะ”

“นายจะพูดอีกทำไมน่ะ จะเข้าข้างหมอนั้นรึไง”

“ฉันแค่คิดว่าทำไมนายไม่ลองฟังเหตุผลของเขาก่อนเผื่อว่า...”

“จบไปได้ก็ดีแล้ว เกมส์มันโอเวอร์แล้ว ฉันเองก็อยากจะจบ แบบนี้ดีใจจะตาย”

อิวาอิซึมิมองเพื่อนรักที่พูดราวกับตัวเองมีความสุขมากมาย แต่ที่จริงแล้วตัวเขาเองรู้นิสัยเพื่อนดีที่สุด ชอบปากไม่ตรงกับใจ ใช้ความร่าเริงเข้าบัง แต่แน่นอนมันปิดเขาไม่ได้หรอก

“ตอนนี้นายเหมือนคนที่ไม่มีหัวใจเลยรู้มั๊ย”

“...”

“เป็นแค่หุ่นที่เคลื่อนไหวได้ แต่ไม่มีพลังอะไรเลย...ยังไงก็กลับไปคิดให้ดีแล้วกัน อย่าทำตัวให้มันยุ่งยากน่ารำคาญ เพราะสุดท้ายคนที่เสียใจก็คือนายเอง”

พูดจบอิวาอิซึมิก็เดินแยกไปอีกทางทิ้งให้โออิคาวะยืนอยู่คนเดียว

“ฉันไม่เสียใจอะไรสักหน่อย อิวะจังก็คิดได้นะ”

รอยยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้งแต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีชีวิต ดวงตาของเขาไม่ได้ยิ้มด้วยเลย

 

อิวาอิซึเดินไปไม่นานเท่าไหร่ก็พบกับใครอีกคน สีหน้าเขาเปลี่ยนไปพร้อมจะหาเรื่องทันที

“อยากพูดอะไรก่อนที่ฉันจะอัดนายหรือเปล่า...อุชิจิมะ วากะโทชิ”

 

อุชิจิมะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้อิวาอิซึมิฟัง ทำให้คนที่อิวาอิซึมิอยากอัดแทนที่จะเป็นคนตรงหน้ากลับเป็นเพื่อนรักเขาเองที่ทำตัวเป็นนางเอกละครน้ำเน่าไม่ยอมฟังเหตุผลแล้วก็มานั่งซึมเอง

“ข้อความไม่อ่าน โทรไปก็ไม่รับ ฉันอยากไปเจอหน้าแต่ก็ไม่รู้จะติดต่อยัง”

“ลองไปหาที่บ้านหรือยังล่ะ”

“ไปมาแล้ว แต่ก็ไม่ยอมลงมาพบ”

“ถ้างั้นก็ลองไปอีกที สามวันนี้คุณลุงคุณป้า...หมายถึงคุณพ่อคุณแม่ของโออิคาวะไม่อยู่บ้าน กุญแจสำรองอยู่ใต้กระถางต้นไม้ นายไขเข้าไปเลย”

“...”

“ฉันไม่ได้จะช่วยนายหรอกนะ ฉันแค่อยากให้เจ้าบ้ากลับมาเป็นอย่างเดิมก็แค่นั้น...หมอนั้นเป็นคนปากไม่ตรงกับใจยังไงก็ช่วยเข้าใจนิสัยหมอนั้นด้วยล่ะ”

“เข้าใจแล้ว งั้นฉันไปล่ะ”

หลังจากอุชิจิมะเดินห่างออกไปอิวาอิซึมก็ส่งข้อความไปหาเพื่อนรักในทันที

“ฉันคงช่วยพวกนายได้แค่นี้แหละ”

 

 

 

[อิวะจัง]

‘ถ้านายไม่เปิดอ่านข้อความของอุชิวากะ ฉันจะเลิกเป็นเพื่อนกับนาย’

“ไม่มีเหตุผลเลยนี่อิวะจัง!!” โออิคาวะโวยวายคนเดียวพร้อมกับกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงจนเหนื่อย ก่อนตัดสินใจเปิดอ่านข้อความของอุชิจิมะ “เพราะอิวะจังหรอกนะ ไม่งั้นไม่ทำเด็ดขาด”

 

[อุชิจิมะ วากะโทชิ]

‘โออิคาวะผู้หญิงคนนั้นเป็นน้องสาวที่เป็นญาติห่างๆของฉัน ไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดนะ’

: นายรู้หรือไงว่าฉันคิดว่าอะไร...ชิ

‘เราคุยกันหน่อยได้มั๊ย’

‘ถ้าเห็นข้อความแล้วช่วยรับสายฉันหรือโทรกลับหาฉันหน่อย’

‘ตอนนี้ฉันอยู่หน้าบ้านนาย ช่วยลงมาเจอฉันที’

 

และอีกหลายข้อความที่โออิคาวะไม่ได้เปิดอ่านจนถึงข้อความสุดท้าย

 

‘โออิคาวะ ฉันอยากเจอนาย’

 

ทันใดนั้นประตูห้องที่ไม่น่าจะมีใครเปิดก็เปิดออก

“โออิคาวะ” อุชิจิมะเดินเข้ามาในห้องของโออิคาวะ

“นายเข้ามาได้ไง!!”

: พ่อแม่ก็ไม่อยู่ ประตูบ้านก็ล็อกแล้วคนที่ไม่น่าจะเข้ามาได้ เข้ามาได้ยังไง

“อิวาอิซึมิเป็นคนบอกว่ากุญแจอยู่ที่ไหน”

: อิวะจังนะ อิวะจัง ไม่เข้าข้างฉันเลย

“โออิ...”

“เกมส์ของเรามันจบแล้ว อย่าดันทุรังต่อเลย ถึงแม้ฉันจะเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่นายพยายามอธิบายแล้วก็เถอะ” โออิคาวะพูดเสียงจริง

“งั้นทำไมล่ะ”

“เพราะฉันเบื่อที่จะเล่นเกมส์กับนายแล้วไง”

: เพราะฉันกลัวที่จะต้องบอกลากับนายสักวัน

“ความจริงนายก็น่าจะมีผู้หญิงน่ารักๆมาเป็นแฟนมากกว่าฉันอยู่แล้ว”

: เพราะฉันเป็นผู้ชายเหมือนกันแล้วถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ฉันคงรับไม่ได้

“แล้วยังไงฉันก็ไม่ได้ชอบนายมาตั้งแต่ต้น ไม่อยากผูกมัดกับนาย”

: เพราะตอนนี้ฉันชอบนายแล้วนะสิ จึงไม่อยากผูกมัดนายไว้กับฉัน

“ไปหาคนอื่นที่นายจริงจัง แล้วหยุดล้อเล่นกับฉันได้แล้ว”

: นายจะได้เจอคนที่เหมาะสมกับนายจริงๆ

“เพราะฉะนั้น จบไปแบบนี้ดีแล้วล่ะ”

“ฟังเหมือนว่านายไม่เคยชอบฉันจริงๆสินะ”

“ก็ใช่นะสิ คนอย่างนายฉันไม่ต้องการเห็นหน้าอีก จะไปตายที่ไหนก็ไป!”

เป็นคำพูดที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็เจ็บปวด แต่สีหน้าของอีกฝ่ายยังคงนิ่งสนิท อุชิจิมะนิ่งเงียบอยู่สักพักก่อนจะพูด

“เข้าใจแล้ว ... เวลาที่เราใช้ร่วมกันมันไม่มีความหมายอะไรเลยสินะ”

“ก็ใช่นะสิ”

: ไม่ใช่อย่างงั้นนะ

“ความรักที่ฉันแสดงออก มันก็คงส่งไปไม่ถึงนาย”

“...”

“งั้นเราก็จบกันแค่นี้” อุชิจิมะเดินหันหลังออกจากห้องไป “ตามที่นายต้องการ”

ปัง!

โออิคาวะมองประตูที่บัดนี้ปิดลงพร้อมกับความเงียบและความเหน็บหนาวที่แผ่เข้าปกคลุมหัวใจ

: เดี๋ยวมันจะดีขึ้น เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง ใช่เราไม่ได้รักหมอนั้นสักหน่อย

โออิคาวะหลอกคนที่เขารักแล้วยังหลอกตัวเองด้วย

 

ไม่รู้ว่าหลังจากที่อุชิจิมะกลับไปแล้วเวลาผ่านไปช้าเร็วเท่าไหร่ โออิคาวะค่อยๆพาร่างของตัวเองมาหาน้ำดื่มก่อนเปิดโทรทัศน์ดูฆ่าเวลา แต่ดูรายการโทรทัศน์ได้ไม่นานนักก็ถูกตัดเข้าการรายงานข่าวด่วน

‘...เนื่องจากหิมะที่ตกหนักขึ้น ทำให้รถยนต์เสียหลักพุ่งเข้าชน ทำให้คนที่ยืนรอรถประจำทางบาดเจ็บหลายราย หนึ่งในนั้นมีผู้บาดเจ็บสาหัสหนึ่งราย ซึ่งคาดว่าจะเป็นนักเรียนม.ปลาย สูงประมาณ190 ดูเหมือนว่าจะเป็นนักกีฬาโรงเรียนชื่อดัง และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังให้ความช่วยเหลือค่ะ’

ภาพในโทรทัศน์ตัดกลับไปที่ห้องส่งก่อนรายงานข่าวด่วนข่าวต่อไป โออิคาวะได้แต่ยืนค้าง ร่างกายรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว มือที่ถือแก้วน้ำสั่นเทาจนต้องรีบวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะไม่ให้ตัวเองเผลอปล่อย

 

‘… คนอย่างนายฉันไม่ต้องการเห็นหน้าอีก จะไปตายที่ไหนก็ไป!’

 

: ไม่นะ ต้องไม่ใช่สิ อาจเป็นคนอื่น ใช่ต้องเป็นคนอื่นแน่ๆ

ถึงแม้จะบอกกับตัวเองแบบ แต่ในใจกลับกระวนกระวายจนแทบคลั่ง โออิคาวะรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์เพื่อต่อสายไปหาอีกคนในทันที

 ‘เลขหมายที่ท่านเรียนไม่สามารถติดต่อได้’

......

.....

.....

แม้จะลองอีกกี่ครั้งก็เหมือนเดิม หน้าของเขาถอดสีลงเรื่อยๆ

“โธ่เว้ย!!”

โออิคาวะเควี้ยงโทรศัพท์ทิ้งลงบนโซฟา ด้วยความโมโห โมโหที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ โมโหที่พูดแบบนั้นออกไป โมโหที่ตัวเองปากไม่ตรงกับใจ ขณะที่คิดแบบนั้นเจ้าตัวก็ตัดสินใจวิ่งออกไปที่หน้าประตูบ้านทันที เขาพยายามใส่รองเท้าให้เร็วที่สุดแต่ยิ่งรีบก็เหมือนยิ่งช้า เขาไม่สามารถควบคุมมือที่สั่นเทานั้นได้เลย

“บ้าที่สุด!!”

ความพยายามที่จะใส่ร้องเท้าหมดไป เขาตัดสินใจวิ่งออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่าท่ามกลางพื้นถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ความเย็นของหิมะและอากาศในฤดูหนาวทำให้ร่างกายของเขาทั้งชาและเจ็บไปทุกส่วน แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับใจที่คลุ้มคลั่งของเขาในตอนนี้คงจะเทียบความเจ็บปวดนั้นไม่ได้เลย เสื้อยืดแขนยาวสีขาวเริ่มเปียชื่นจากหิมะที่ตกลงใส่ทำให้ร่างกายเริ่มสั่น เท้าที่วิ่งอยู่เจ็บราวกับโดนเข็มทิ่มแทง

โออิคาวะกัดริมฝีปากแน่ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวจนน้ำใส่ๆเอ่อคลอจนแทบทำให้มองทางไม่เห็นถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่หยุดวิ่ง

: อยากเจอหน้าเขาแล้วบอกว่า ขอโทษ  อยากบอกว่าทุกอย่างที่พูดเมื้อกี้เป็นเรื่องโกหก อยากจะบอกที่จริงแล้ว ฉันก็...

 

โครม!!

 

โออิคาวะวิ่งชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจังจนล้มลงไปนั่ง

“ขอโทษครับ” อาจเพราะความเย็นของหิมะและร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากไข้หวัด ทำให้ร่างกายของเขาจะไม่ยอมทำตาม แม้พยายามจะลุกขึ้นวิ่งร่างกายกลับเซจนแทบล้มไปอีกครั้งจนทำให้อีกคนรีบมาประครอง

“โออิคาวะ”

โออิคาวะเบิกตากว้างมองเจ้าของเสียง...เสียงที่เขาอยากได้ยินมากที่สุดตอนนี้ เสียงที่แม้จะตายด้านตลอดเวลา แต่ก็แฝงด้วยความอบอุ่น

“อุชิ – จิมะ” โออิคาวะเรียกเสียงแผ่ว น้ำตาที่เอ่อคลอจนล้นไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

ถึงสีหน้าของอุชิจิมะยังคงนิ่งแต่แววตาของเขาเต็มเป็นด้วยความสงสัย ตกใจ และเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด อุชิจิมะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาอยากโอบกอดคนตรงหน้าเขา คนที่เขาไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป จึงดึงร่างที่ประคองซบลงที่ตัวของเขา

“นายวิ่งออกมาทั้งแบบนี้ ไม่ห่วงตัวเองเลยหรือไง” อุชิจิมะเอามือลูบผมของโออิคาวะอย่างทะนุถนอม

“ฉันอยากเจอนาย”

เป็นประโยคสั้นที่ทำเอาคนยิ้มยากอย่างอุชิจิมะถึงกับยิ้มน้อยๆ ก่อนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ประโยคที่ทำให้หัวใจของเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

อุชิจิมะถอดเสื้อโค้ดของเขาพร้อมผ้าพันคอใส่ให้อีกคนก่อนจะแบกขึ้นหลังแล้วเดินกลับบ้านเพื่อไปส่ง

“วิ่งออกมาทั้งที่ไม่ใส่ร้องเท้านายบ้าหรือเปล่า”

“เดี๋ยวนี้ได้กล้าว่าฉันว่าบ้าหรอ ชักจะได้ใจใหญ่แล้วนะ”

ถึงแม้อีกคนจะไม่เห็นสีหน้าเพราะต้องแบกคนไม่มีรองเท้ากลับบ้านแต่ก็รับรู้ได้ว่าคงต้องหน้าบึงหน้างอนอยู่เป็นแน่

“จะบอกฉันได้หรือยังว่าทำไมรีบวิ่งออกมาแบบนั้น” โออิคาวะนิ่งเงียบไปสักพักก่อนเอาหน้าซบลงบนไหล่พร้อมเอ่ยปากพูด

“เมื้อกี้มีข่าวด่วนว่ารถพุ่งชนคน...แล้วก็มีคนหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัส...ในข่าวอธิบายลักษณะแล้ว...ฉันคิดว่าเป็นนาย...ก็เลย...” เสียงเล่าที่ขาดเป็นห้วงๆเพราะความเขินอาย

“แล้วถ้าคนในข่าวเป็นฉันจริงๆล่ะ”

“ไม่นะ อย่าพูดแบบนั้น” โออิคาวะเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงดัง

“ฉันขอโทษที่พูดแบบนั้น แต่ฉันก็ดีใจจริงๆนะที่นายเป็นห่วงฉันด้วย”

‘ฉันอยากเจอนาย’

อันที่จริงอุชิจิมะก็คิดว่าจะเดินทางกลับด้วยรถประจำทางเหมือนกัน แต่พอคิดว่าตัวเองจะยอมตัดใจแค่นี้ มันช่างไม่สมเป็นเขาเลยสักนิดจึงย้อนกลับมาแล้วชนกับโออิคาวะเข้า พอเห็นร่างที่ล้มลงไปตรงหน้าเป็นโออิคาวะ เขาได้แต่คิดว่าจะต้องให้ความอบอุ่นแก่คนๆนี้ ต้องโอบกอดเขาอย่างทะนุถนอมไม่ได้แตกสลาย ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเหมือนเดิมก็ตาม

 

พอถึงบ้านอุชิจิมะก็ไปเอาน้ำอุ่นมาให้โออิคาวะแช่เท้าทันทีที่โออิคาวะเปลี่ยนชุดเสร็จ เขาค่อยๆนวดปลายเท้าที่แดงเพราะความเย็นของหิมะให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก หลังจากจัดการคนตรงหน้าให้อยู่ในสภาพปกติดีแล้วอุชิจิมะก็ขอกลับ

“เดี๋ยวสิ ตอนนี้หิมะก็ตกอยู่ นายจะไปแล้วหรอ”

“ถ้าฉันอยู่ต่อ...คงอึดอัดน่ะ”

“...”

“ฉันปิดไฟให้แล้วนายก็นอนพักซะนะ ฉันไปล่ะ”

“เดี๋ยว!” โออิคาวะจับมืออุชิจิมะไว้ก่อนพูดต่อ “นี่ไม่เกี่ยวกับเกมส์อะไรทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องแพ้หรือชนะ...ถ้าฉันขอ.....”

ประโยคหลังแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินขนาดเจ้าตัวยังคิดแบบนั้น แต่นั้นไม่ได้ทำให้อุชิจิมะต้องถามถึงประโยคนั้นซ้ำเลย ถึงแม้ห้องจะมืดสลัวแต่เขาก็พอจะเห็นสีหน้าเขินอายของอีกฝ่ายได้ชัดเจน

“โออิคาวะประโยคเมื้อกี้น่ะถึงฉันไม่ค่อยได้ยินแต่ว่ามันก็ส่งมาถึงฉันนะ” อุชิจิมะค่อยเดินเข้ามาใกล้ก่อนเอื้อมมือขึ้นช้อนหน้าของอีกฝ่ายให้สบตากับตน

“โออิคาวะ ฉันรักนาย รักมาตลอด กลับมาคบกับฉันนะ”

แววตาที่หนักแน่นจริงจังจนทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าละสายตาไปได้ ราวกับถูกมนต์สะกดให้หยุดนิ่งก่อนรอยยิ้มจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง

“อื้ม ทำตามใจนายเถอะ” ถึงแม้จะปากแข็งอยู่ก็ตามแต่นั้นก็ถือเป็นคำตอบตกลงแล้ว

อุชิจิมะดึงร่างบางกว่ามาจูบ เป็นจูบที่แผ่วเบา อบอุ่น และเนินนานกว่าครั้งแรก ก่อนจะค่อยๆดันร่างนั้นให้ล้มลงบนเตียง

“ดะ เดี๋ยว นายจะทำอะไรน่ะ”

“ทำตามใจฉันไง”

อุชิจิมะจูบริมฝีปากบางอีกครั้งก่อนเผยให้เห็นใบหน้าที่มองเขาด้วยสีหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาอันอบอุ่นและอ่อนโยน  รวมถึงรอยยิ้มที่ทำให้อีกคนละลาย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าสาวที่ไหนเห็นรอยยิ้มและสีหน้าแบบนี้ ไม่มีทางที่จะไม่ตกหลุมรัก...แม้แต่เขาเองก็ตาม

โออิคาวะยิ้มบางๆพร้อมหัวเราะ

“นายบอกว่าชอบฉันยิ้ม ฉันเองก็อยากให้นายยิ้มแบบนี้ให้ฉันบ่อยๆเหมือนกัน” โออิคาวะเอื้อมมือทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมให้โน้มลงมาประทับริมฝีปากอีกครั้งก่อนโอบกอดร่างใหญ่กว่าแล้วกระซิบข้างหู “พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ... คืนนี้ก็...ทำตามใจนายแล้วกัน”

“รอยยิ้มนี้จะเป็นของนายแค่คนเดียว” อุชิจิมะยิ้มกับตัวเองก่อนกระซิบต่อ

“งั้น...คืนนี้ไม่เกรงใจล่ะนะ”

....................

...............

.........

....

..

.

1ปี ผ่านไป

"วากะจัง เร็วๆหน่อยสิ"

"รู้แล้วๆ"

"นี่ๆเอารูปเราวางไว้ตรงนี้ดีรึป่าว"

"ตามใจนายเถอะ"

ตอนนี้พวกเขามาอยู่ที่โตเกียวเพื่อเรียนต่อในระดับมหาลัย และได้อยู่หอร่วมกัน จึงต้องจัดห้องให้เสร็จก่อนจะเปิดเรียน

"ฉันดีใจจังที่เห็นนายยิ้มบ่อยขึ้น" โออิคาวะเอื้อมมือไปโอบรอบคอร่างสูงกว่าให้โน้นลงมาหา ริบฝีปากที่ประทับลงมาไม่เคยต่างจากเดิมแม้แต่น้อย ยังคงอบอุ่นและอ่อนโยน เหมือนกับตอนนั้น 

"ที่ฉันยิ้มบ่อยขึ้นเพราะเห็นนายคอยยิ้มให้ต่างหาก"

 

 

ใครจะรู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลก ทำให้สิ่งที่ไขว่คว้ามาได้หลุดลอยไป

จนบางครั้ง ความรัก เมื่อถึงเวลาก็ต้องบอกลา

แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะแค่มองสิ่งนั้นหลุดลอยไปไกล

หรือจะพยายามไขว่คว้าอีกครั้งเพื่อให้ได้คืนมา

 
THE END
__________________________________________________________
 
จบแล้วค่ะ ในที่สุดอุชิจิมะก็ชนะใจสินะคะ +5555
โปรเจคหน้า...ไม่รับปากค่ะว่าจะมาเมื่อไหร่ //โดนตบ
ขอส่งfinal thesis ก่อนแล้วกันนะ อยากจบพร้อมเพื่อนๆอะ +55
โปรเจคหน้าจะติดเรทค่ะ อุ๊ป! อันที่จริงยังงงกับการให้เรตนิยายอยู่
สุดท้าย ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและทุกคอมเม้นที่ให้กำลังใจนะคะ ไอจะพัฒนาฝีมือต่อไป

Comment

Comment:

Tweet

สนุกมากเลยค่ะ ร้องไห้ตามโออิคาวะเลยทีเดียวเชียว แต่ดีใจนะค่ะที่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เป็นกำลังใจและรอติดตามอ่านผลงานเรื่องต่อไปอยู่นะค่ะ ^^

#3 By icevie on 2016-03-03 04:34

สนุกมากๆเลย อุชิวากะซังก็พยายามอย่างเต็มที่จริงๆ

#2 By moichi on 2015-05-10 21:05

โอ๊วเย๊!จบปิ๊ง!!>///< โอ๊ยซังบ้าบิ่นมากค่ะอร๊ายย❤️ วากะจัง!วากะจัง!วากะจัง! //ทำหน้าคนรอฉากNC#โดนเตะ
ยังไงก็รอเรือรำน้อยๆแล่นมาอีกนะค่ะ สู้ๆค่ะ💛💙💜💚❤️

#1 By nanobana on 2015-05-08 11:51