[Fic Touken Ranbu] :: Winter Story 6...เพียงหิมะโปรยปราย

Pairing : Tsurumaru Kuninaka x Ichigi Hitofuri

Rate : PG

Author : Ai-Cream




หิมะสีขาวที่โปรยปรายลงมาจากฝากฟ้า

ดวงดาราที่ส่องแสงระยิบระยับ

สายลมหนาวที่พัดผ่านมา

จะเป็นสักขีพยานระหว่างเรา





หิมะที่ 6

หลักฐาน




"สึรุมารุซัง...อย่าเพิ่งสิครับ" อิจิโกะพยายามดันตัวของชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์ออก แต่เพราะอีกฝ่ายโถมน้ำหนักลงมาทำให้ไม่สามารถผลักออกไปได้

 

"ทำไมล่ะ" เจ้าตัวดีเอานิ้วเกลี่ยงผมสีฟ้าครามเล่นอย่างชอบใจ

 

"คนอื่นอาจยังไม่นอน เดี๋ยวจะได้ยิน..."

 

ชายหนุ่มร่างพิสุทธิหัวเราะเบาๆ ดวงตาฉายประกายนึกสนุก ก่อนจะก้มกระซิบคนที่อยู่ด้านล่าง

 

"เจ้าก็อย่าเสียงดังสิ...ข้าจะทำเบาๆนะ หึหึ"

 

"สึรุมารุซัง...อะ! อืม..."

 

ใบหน้าขาวที่อยู่ข้างใบหูนั้นขบเข้าที่หูเบาๆ ทำให้คนด้านล่างสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะลากไล้ไปที่หน้าผาก ผ่านสันจมูกจนมาถึงแก้มและ  ริมฝีปากที่กำลังจะส่งเสียงประท้วง

 

"อืม..."

 

ริมปีปากที่ประทับของสึรุมารุบดเบียดอย่างเอาแต่ใจก่อน แทรกปลายลิ้นเข้าหยอกล้อกับปลายลิ้นของอีกฝ่ายที่คล้อยตามเขาอย่างว่าง่าย นานพอสมควรกว่าสึรุมารุจะละจากริมฝีปากแสนหวานนั้น

 

แววตาประกายสนุกสนาน มองหน้าของอีกฝ่ายที่แดงระเรื่อ...ริมฝีปากแสนหวานเผยอขึ้นเพื่อกอบโกยอากาศ ก่อนหายใจถี่

 

"สึรุมารุซัง...อ๊ะ!"

 

มือเรียวขาวที่เย็นนั้นสัมผัสเข้าที่แผงอกเนียนของอีกฝ่ายก่อนใช้ลิ้นเล้าโลม จนไม่อาจกลั้นเสียงครางนั้นไว้ได้

 

"อ้า...อื้อ!"

 

"เจ้าเริ่มเสียงดังแล้วนะ"

 

มือซุกซนนั้นยังคงลูบไล่ไปตามสวนต่างๆไม่หยุด เสียงพรมจูบมากมายที่ประทับบริเวณที่ใบหน้าและลำคอยังคงดังต่อเนื่อง

 

"เพราะใครกันละครับ...อื้อ!" อิจิโกะยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงมากไปกว่านี้

 

"อ้า...น่าแปลกใจจังข้าเองก็เริ่มทนไม่ไหวซะแล้วสิ" มือเรียวที่ไปสัมผัสแผ่นอกเนียนที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เริ่มหนักขึ้น เลื่อนผ่านหน้าท้องลงไปส่วนล่าง

 

"อ๊ะ!...อื้อ...สึรุ...มารุ...ซัง..."

 

"เจ้าหยุดข้าไม่ได้แล้วล่ะ...ใครใช้ให้เจ้าน่ารักขนาดนี้"

 

ริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าหากันหลังจากโดนสัมผัสส่วนที่อ่อนไหว มือข้างหนึ่งยกขึ้นเอาหลังมือปิดเสียงที่น่าอาย ความรู้สึกปั่นป่วนที่เกิดขึ้น...ทุกส่วนที่โดนนิ้วเรียวนั้นลากผ่านรู้สึกร้อนผ่าว

 

“หยุด...แกล้งผม…เถอะครับ… อ๊ะ!”

 

ร่างด้านล่างสะดุ้งโหยงเมื่อนิ้วเรียวนั้นสอดเข้ามาทางช่องทางด้านหลัง อิจิโกะมองชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์ด้านบนที่เริ่มหอบหายใจหนักไม่ต่างกัน        

 

สึรุมารุเองที่กำลังพยายามอดกลั้น ภาพเย้ายวนตรงหน้า ร่างกายช่วงล่างเริ่มอึดอัดจนทนไม่ไหว

 

"ก็ได้...ฉันจะไม่แกล้งแล้ว...แต่จะเอาจริงแล้วนะ"

 

รอยยิ้มของสึรุมารุทำเอาคนด้านล่างผวา เสียงนุ่มที่พูดนั้นเต็มไปด้วยความต้องการ... ใบหน้าขาวซุกลงซอกคอขาว ขบกัดแผ่วเบาก่อนจะจูบอย่างดูดดื่ม

 

มือข้างหนึ่งที่ตรึงข้อมืออีกฝ่ายค่อยๆคลายออกแล้วสอดประสานกับนิ้วเรียวนั้นแทน นิ้วมืออีกข้างที่สอดอยู่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจนอีกคนเกร็งตัวทันที

 

"อ๊ะ!...สึรุ...มารุซัง"

 

"อย่าเกร็งสิ...ข้าบอกแล้วไงว่าจะทำเบาๆน่ะ"

 

      ริมฝีปากซุกซนไล้ไปตามแนวกระดูกไหปลาร้า ทิ้งร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นิ้วเรียวที่ดึงเข้าออกเป็นจังหวะเพิ่มมากขึ้นจนช่องทางนั้นเริ่มเปียกชื้น

 

"อ้า...นี่ข้าแทบทนไม่ไหวได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ช่างน่าแปลกใจจริงๆ"

 

นิ้วเรียวถูกดึงออกทำให้อิจิโกะผ่อนคลายลงแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งมีพบสิ่งที่เข้ามาแทนนั้นใหญ่กว่าและร้อนผ่าว จนอดที่ส่งเสียงครางออกมา

 

"อ้าา...อื้อ...สึรุ...มารุ...ซัง"

 

น้ำเสียงที่ขาดห้วงถูกตอบรับด้วยริมฝีปาก ที่ปิดกลั้นเสียงไว้อีกครั้ง ก่อนสึรุมารุมารุจะเริ่มขยับ

 

"อื้ม..."

 

จังหวะที่เร่งขึ้นเรื่อยๆทำให้ปลายเท้าของอิจิโกะเกรงจิกกับผ้าปู มือข้างหนึ่งที่เป็นอิสระยกขึ้นโอบรอบคอของชายตรงหน้าเพื่อยึดเกาะ เสียงครางในลำคอของเขายังคงถูกปิดด้วยริมฝีปากของอีกคนที่ค่อยสอดลิ้นเข้ามาอีกครั้งแต่เนิ่นนานกว่าเดิม

 

สึรุมารุเริ่มคุมจังหวะให้เร็วขึ้นอีก เมื่อรู้สึกว่าความอดทนของตนใกล้จะหมดเต็มที ริมฝีปากที่ถูกถอนออก ทำให้อีกคนกอบโกยอากาศเข้าไปอีกครั้ง

 

"ไม่ไหวแล้วสิ…"

 

สึรุมารุหัวเราะเบาๆ ก่อนจะบังคับจังหวะให้ถี่ขึ้น...จังหวะหายใจของคนสองคนสอดประสานกัน หนักหน่วงขึ้น ก่อนหยาดน้ำแสนหวานจะถูกปลดปล่อยออกมา

 

ร่างของอิจิโกะกระตุกเกร็งก่อนจะผ่อนคลายลงจากความเหนื่อยที่ได้รับ น้ำตาคลอที่ดวงตาหวานช่ำ สึรุมารุค่อยเอามือรูปไล้ใบหน้าและเกลี่ยเส้นผมของอีกฝ่ายอย่างเบามือ ก่อนช้อนคางให้หันมาสบตากับเขา มืออีกข้างหนึ่งยังคงสอดประสานกันแน่น

 

สึรุมารุยิ้มอย่างอบอุ่นให้ก่อนจะจูบเบาๆที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ยังหอบเล็กน้อย พร้อมมองใบหน้านั้น...มองเข้าไปในดวงตาที่มีภาพของตัวเองสะท้อนอยู่

 

'มือที่ได้สัมผัส ไออุ่นจากจากอ้อมกอด เสียงหัวใจที่เต้นแรงทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้ และภาพของข้าที่สะท้อนในดวงตาของเจ้า มันเป็นหลักฐานอย่างดีที่ทำให้รู้ว่า...ข้ายังมีชีวิต'

 

สึรุมารุค่อยๆคลายมือออกก่อนจะโอบกอดร่างนั้นไว้ภายใต้ผ้าหม่หนา มือหนึ่งลูบเส้นผมสีฟ้าครามอย่างอ่อนโยนพร้อมกับประทับจูบเบาๆที่หน้าผาก

 

"สึรุมารุซัง" เสียงเรียกที่ทำให้เขาอบอุ่นหัวใจเสมอเมื่อได้ยินเอ่ยขึ้น

 

"มีอะไรหรือ"

 

"ผมรักคุณครับ...หิมะแรกของผม"

 

สึรุมารุตาโตด้วยความแปลกใจ ก่อนจะยิ้มอย่างมีความสุข...สองมือกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมกระซิบบอก

 

"เจ้าเองก็เป็นหิมะแรกของข้าเช่นกัน และจะเป็นตลอดไป"

 

ร่างของทั้งสองกอดกันในค่ำคืนที่เหล่าดวงดาราส่องประกายเต็มท้องฟ้า...ค่ำคืนแสนหวานที่มีเพียงหิมะโปรยปราย...

 

**********

 

"พี่อิจิ สึรุมารุซัง ตื่นยังครับ ได้เวลาทานอาหารเช้าแล้วนะครับ" ยะเก็นยืนรอเสียงตอบรับอยู่หน้าห้อง "ทุกคนรอไปเล่นหิมะอยู่นะครับ...งั้นขออนุญาตนะครับ"

 

ครืด

 

เมื่อไม่ได้ยินเสียงใครตอบรับออกมา ยะเก็นจึงเปิดประตู แล้วก็ต้องพบกับความตกตะลึง...ภาพพี่ชายของตนเองนอนบนฟูกผืนเดียวกับชายหนุ่มผู้มีผิวขาวราวหิมะ ที่สำคัญยังอยู่ในสภาพเปลือยทั้งคู่

 

"หนาวจัง...อ้าว ยะเก็นเองหรอ อรุณสวัสดิ์" อิจิโกะที่ตื่นเพราะลมหนาวที่พัดเข้ามาทางประตูเอ่ยขึ้นอย่างงัวเงีย

 

"พี่...อิจิ"

 

"หือ?...อะ!...เออคือ...ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ!" อิจิโกะรีบแก้ตัวเมื่อเห็นยะเก็นมองค้าง เพราะยังไม่อยากให้น้องชายที่ตัวเองมองว่าเป็นเด็กมารับรู้เรื่องแบบนี้

 

"ผมก็ไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะครับ" ยะเก็นยิ้ม

 

"เออคือ...สึรุมารุซัง ตื่นเดี๋ยวนี้ครับ!"

 

"อืมมม...อิจิโกะ...หนาว" คนขี้เซายังคงนอนต่อพร้อมดึงผ้าห่มมาคลุมถึงคอ

 

"คุนินากะยังไม่ตื่นอีกหรอ วันนี้บอกพวกเด็กๆว่าจะ..." ฮาเซเบะที่เดินมาถึงหน้าห้องเองก็ต้องชะงัก ก่อนจะหันหน้าเดินจากไป "ฉันจะไปบอกมิทสึทาดะให้หุงข้าวแดงนะ"

 

"ส่วนผมขอตัวไปรายงานท่านซานิวะก่อนนะครับ"

 

ครืด

 

"เดี๋ยวสิพวกนาย...คือว่ามัน...อ้า...ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะครับสึรุมารุซัง! คนอื่นเขารู้เรื่องเราหมดแล้ว" ว่าแล้วก็หันไปหยิบหมอนขึ้นมารัวตีอีกฝ่าย

 

"อ๊ะ! เดี๋ยวๆ อยู่ดีๆเจ้าเอาหมอนมาตีข้าทำไมเนี่ย!"

 

"คนอื่นเขา...อ้า!" อิจิโกะเฟี้ยงหมอนใส่หน้าอีกฝ่ายก่อนจะลุกไปจัดการตัวเอง แต่แล้วก็ต้องล้มลงอีกครั้งเมื่อถูกดึงลงมาล้มทับคนที่ยังไม่ยอมลุกจะฟูก

"ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่"

 

"ยะเก็นยังเด็กนะครับ"

 

"ยะเก็นเองก็โตแล้ว เจ้าอย่าห่วงเลย" สึรุมารุกอดอีกฝ่ายไว้แนบแน่น จนอิจิโกะได้ยินถึงเสียงหัวใจที่เต้นดัง

 

"ข้ารักเจ้านะ" อิจิโกะหน้าแดงขึ้นทันใด

 

"เมื่อคืนก็บอกแล้วนี่ครับ"

 

"นั้นสินะ...แต่ว่าข้าจะบอกรักเจ้าแบบนี้ทุกวันเลยล่ะ"

 

"...ถ้าไม่ทำอย่างที่พูด ผมโกรธจริงๆด้วย" สึรุมารุชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะ

 

"...ฮ่าๆ เจ้าทำข้าแปลกใจได้เสมอจริงๆ"

 

สึรุมารุพลิกตัวอีกฝ่ายให้มาอยู่ด้านล่าง พร้อมเอื้อมมือมาสัมผัสเส้นผมสีฟ้าครามก่อนก้มจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ

 

"เราจะอยู่ด้วยกัน...จากนี้และตลอดไป"

 

"สัญญานะครับ"

 

"อืม ขอสัญญาตลอดไปเลยล่ะ"

 

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จทั้งสองก็ไปเล่นหิมะกับเด็กๆตามสัญญา โดยมีดาบอื่นๆบางส่วนมาร่วมเล่นด้วย เสียงหัวเราะดังทั่วฮงมารุ เด็กๆต่างเล่นปาหิมะกันอย่างสนุกสนาน ดาบอื่นๆที่ไม่ได้เล่นก็นั่งทำงานอดิเรกของตนตามส่วนต่างๆของเรือน

 

"...อิจิโกะคุง" มิทสึทาดะเรียกพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง

 

"ครับ?"

 

"วันนี้พันผ้าพันคอไว้ดีกว่านะครับ"

 

"แต่ว่าเมื่อกี้เพิ่งออกแรงไป มันร้อนนี่ครับ" อิจิโกะที่มานั่งพักเหนื่อยตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้

 

"อา...จะว่าไงดีล่ะ" มิทสึทาดะลังเลก่อนจะเอนตัวไปกระซิบ "รอยแดงที่คอมันชัดมากนะครับ"

 

พอได้ยินแบบนั้นใบหน้าของชายหนุ่มผมฟ้าก็ขึ้นสี จึงรีบเอาผ้าพันคอมาพันอย่างรวดเร็ว ก่อนหันไปมองคนก่อเรื่องที่กำลังยิ้มแฉ่งโบกมือให้

 

"สึรุมารุซังคงหวงคุณมากน่ะครับ อย่าโกรธเขาเลยนะครับ" มิทสึทาดะยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะขอตัวไปทำธุระในครัว

 

"อิจิโกะไปเล่นกับน้องๆเจ้าต่อสิ...เจ้าไม่สบายหรอ หน้าแดงๆนะ...หรือว่าร่างกายเจ้ารู้สึกไม่ดี"

 

สึรุมารุที่เดินเข้ามาหาถามขึ้นพร้อมรีบสำรวจอาการของอีกฝ่าย ใบหน้านั้นแสดงถึงความเป็นห่วงและจริงจังจนอิจิโกะอดที่จะยิ้มไม่ได้

 

: อ้า...ทั้งหวงทั้งห่วงผมจริงด้วยสินะ

 

"ไม่เป็นไรครับ ไปเล่นกันต่อเถอะ" อิจิโกะพูดพร้อมดึงตัวชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์มากระซิบ "แต่ถ้าคราวหน้าทิ้งรอยไว้แล้วคนอื่นเห็น ผมจะทำโทษคุณ"

 

"อะ!...ทำโทษหรอ"

 

"ใช่ครับ ทำโทษ"

 

รอยยิ้มที่เคยเห็นตอนอีกฝ่ายเอายามาให้กลับมาอีกครั้ง จนเจ้าตัวดีถึงกับเสียวสันหลังวาบ พร้อมกับสาบานกับตัวเองในใจ

 

: จะต้องไม่ทำให้อิจิโกะโกรธเป็นอันขาด

 

การเล่นปาหิมะของเหล่าเด็กๆกับเหล่าดาบอื่นๆดำเนินไปจึงถึงบ่าย เสียงคึกคักยังคงดังต่อเนื่อง

 

"จะว่าไป ก่อนหน้าที่จะมาหาเจ้า ข้าเห็นมิทสึทาดะหุงข้าวแดง วันนี้ฉลองอะไรหรอ เมื่อวานก็เพิ่งฉลองไปนี่" อิชิคิริมารุที่นอนหนุนตักนิคคาริอยู่ถามขึ้น

 

"อืมมมม..." นิคคาริครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนสายตาจะไปสะดุดรอยแดงๆที่คอของอิจิโกะตอนที่เข้ามาในระยะสายตา

 

ผ้าพันคอที่หลุดออกตอนเล่นจนไม่รู้ตัวทำให้คนสายตาดีอย่างนิคคาริมองเห็นชัดเจน ว่าแล้วเจ้าตัวก็ทุบมือตัวเองเบาๆ

 

"โอ๊ะ...คิดว่ารู้แล้วล่ะ เป็นเรื่องดีจริงๆด้วย"

 

"เรื่องอะไรน่ะบอกข้าบ้างสิ" แต่ก่อนที่นิคคาริจะพูดอะไรต่อ อากิตะก็วิ่งมาหาพวกตน

 

"ทั้งสองคนมาเล่นด้วยกันสิครับ"

 

"เห็นพวกเจ้าเล่น ข้าก็สนุกแล้วล่ะ" หนุ่มที่นอนอยู่ตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

"อะไรกันนี่ยังเล่นอยู่อีกหรอ" อิซึมิโนะคามิคะเนะซาดะเดินมาพร้อมกับผู้ติดตาม

 

"อิซึมิซัง มาเล่นด้วยกันไหมครับ" เด็กชายชวน

 

"ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ จะให้มาเล่นอะไรแบบนี้มันไม่สง่างามเอาซะเลย"

 

"ความจริงก็อยากเล่นใช่ไหมละ" คะเซ็นที่เพิ่งเสร็จจากการทำงานบ้านพูดกับคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู

 

"เปล่าซะหน่อย ก็แค่..."

 

"ถ้าคาเนะซังอยากเล่นเดี๋ยวผมเล่นด้วยนะครับ" โฮริคาวะยิ้มพร้อมลากเด็กตัวโตไปเล่นกับพวกเด็กๆทันที

 

"โอะๆ น่าสนุกแฮะ ไปเล่นบ้างดีกว่า"

 

คะชูที่เพิ่งตามเสียงเฮฮาของเด็กๆมาพร้อมกับคนอื่นๆก็ร่วมเล่นด้วย และทุกคนก็ดูเหมือนจะพร้อมใจแกล้งปาหิมะใส่เจ้าเด็กไม่รู้จักโตทันที

 

ช่วงบ่ายของวันนั้นมิทสึทาดะยกโมจิไส้ถั่วแดงออกมาให้ทุกคนทานเป็นของว่าง เนื่องจากสึรุมารุบอกว่าอยากทานมาก โดยบอกว่าอยากได้ของหวานๆมาเติมพลังเสียหน่อย ชายหนุ่มที่ได้รับหน้าที่ในการดูแลเรื่องอาหารซึ่งเป็นเวรพอดีจึงต้องทำให้

 

"วันนี้เป็นโมจิถั่วแดงล่ะ" สึรุมารุยกจานขนมมาให้อิจิโกะที่กำลังนั่งพักอยู่

 

"ขอบคุณครับ" อิจิโกะรับจานขนมมาก่อนลงมือทาน

 

สึรุมารุมองภาพตรงหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะลงมือจัดการขนมของตัวเองบ้าง

 

"เจ้าชอบมันไหม"

 

"ชอบสิครับ มิทสึทาดะซังเนี่ยทำอาหารกับขนมเก่งจริงๆนะครับ"

 

"นั้นสินะ"

 

"วันนี้เหนื่อยจริง...แต่ก็สนุกมากเลยล่ะ"

 

"จริงด้วยครับ"

 

เด็กๆและดาบพากันหลับเพราะความเหนื่อยหลังการเล่นปาหิมะจบลง

 

ในวันรุ่งขึ้นชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์ก็รีบไปหาคะเซ็นซึ่งเป็นเวรดูแลเรื่องอาหารวันนี้ และขอให้ทำของว่างเป็นวาระบิโมจิให้ โดยบอกว่าตั้งแต่ตื่นมาจากการหลับไปสามวันอยากกินขนมพวกนี้มาก แน่นอนว่าคะเซ็นไม่ปฎิเศษที่จะทำให้

 

"อิจิโกะข้าเอาของว่างมาให้"

 

"วาระบิโมจิหรอครับ"

 

"ใช่...เจ้ากินก่อนแล้วค่อยทำงานบ้านต่อนะ"

 

"ครับ"

 

อิจิโกะรับของว่างมาพร้อมกับนั่งทานกับสึรุมารุก่อนจะกลับจะกลับไปทำงานต่อ ในใจคิดว่าทำไมถึงเป็นโมจิอีกแล้ว ทั้งๆที่ปกติของว่างจะไม่เคยซ้ำกันเลย

 

ในอีกวันหนึ่งเมื่อซานิวะของพวกเขากลับมาจากโลกอนาคต ทุกคนก็เข้าประชุมพร้อมแบ่งหน้าที่และจัดเตรียมทัพสำหรับงานในส่วนต่างๆตามปกติ โดยหญิงสาวได้สั่งให้เริ่มปฎิบัติในอีกสองวันข้างหน้า

 

"สึรุมารุซังคะ อย่าเพิ่งไปค่ะ" หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว ซานิวะสาวก็หยิบกล่องขนาดเล็กออกมายื่นให้ "เราซื้อมาให้แล้วนะคะ"

 

"ขอบคุณมาก!" สึรุมารุรับของมาก่อนรีบวิ่งออกจากห้องไป ซานิวะสาวสงสัยเล็กน้อย...สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง ก่อนจะทุบมือตัวเองเบาๆ "ต้องเป็นธรรมเนียมนั้นแน่ๆ อิอิ"

 

"อิจโกะ ข้าเอาของว่างมาให้"

 

"ขอบคุณครับ...เอ๋?โมจิหรอครับ"

 

"เจ้าไม่ชอบหรอนี่ข้าขอให้ท่านซานิวะซื้อกลับมาจากโลกอนาคตเลยนะ"

 

"ชอบครับ ผมแค่คิว่าช่วงนี้ทำไมของว่างถึงมีแต่โมจิ"

 

"นั้นสินะ เดี๋ยวจะบอกมิทสึทาดะให้ทำอย่างอื่นแล้วกันนะ กินครบสามวันแล้วนี่ ฮ่าๆๆ"

 

"แต่ทำไมถึงต้องขอท่านซานิวะซื้อโมจิจากโลกอนาคตละครับในเมื่อมิทสึทาดะซังก็ทำออกจะอร่อย"

 

"มันเป็นรสชาติพิเศษน่ะ" ชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์ยิ้มแฉ่ง

 

เมื่ออิจิโกะลองกัดเข้าไปก็พบรสชาติหอมหวานของผลสตอร์เบอรี่กับรสขมนิดๆของช๊อกโกแล๊ตและความนุ่มละมุนของแป้งโมจิ

 

"อร่อยจังเลยครับ" อิจิโกะยิ้มอย่างมีความสุข

 

"เป็นรสชาติที่น่าแปลกใจใช่ไหมล่ะ ทั้งอ่อนนุ่ม หอมหวาน แต่มีรสขมนิดๆ เป็นรสชาติที่กลมกล่อมเหมือนกับตัวเจ้าเลย"

 

อิจิโกะหน้าขึ้นสีก่อนจะค่อยๆกัดขนมนั้นต่อเงียบๆพลางมองออกไปยังทิวทัศน์ด้านหน้า

 

"มาอยู่ที่นี่เองหรอครับ" มิทสึทาดะเดินมาพร้อมโอคุริคาระที่ถือจานขนมคัสเตล่ากับถ้วยชามา โดยมีทมโบริคิริ อุกุยสึมารุ คะเซ็นและทาโร่ทาจิเดินตามมาด้วย ก่อนทั้งหมดจะนั่งลงใกล้ๆ

 

"...มิทสึทาดะซังไม่ได้ทานโมจิเหมือนกันหรอครับ"

 

"หือ?...วันนี้ผมทำคัสเตล่าเป็นของว่างน่ะครับ"

 

"เอ๋?" อิจิโกะหันหน้าไปมองสึรุมารุที่นั่งทำท่าไม่รู้ไม่ชิ

 

"อ้าว...แล้วขนมโมจินี่มาจากไหนครับ" คะเซ็นถามขึ้นเมื่อเห็นกล่องขนมที่เขียนว่า โมจิสตอร์เบอรี่ จำนวน2ชิ้น อยู่ข้างกล่อง "มีแค่สองชิ้นเองด้วย"

 

"ท่านซานิวะซื้อมาฝากน่ะครับ แต่ผมน่ะกินโมจิมาสามวันแล้วล่ะครับ เลยสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ถึงทำของว่างเป็นโมจิ"

 

"สองวันก่อนสึรุมารุซังของให้ผมทำโมจิไส้ถั่วแดงให้น่ะครับ" มิทสึทาดะตอบ

 

"ส่วนเมื่อวานสึรุมารุซังก็ขอให้ผมทำวาระบิโมจิให้" คะเซ็นพูดเสริม

 

สึรุมารุหันหนีพลางคิดในใจพร้อมกินโมจิต่อ

 

: ดีนะที่เด็กพวกนี้ไม่รู้จักธรรมเนียมในยุคของข้า

 

"โอ๊ะ!" มิทสึทาดะทุบมือตัวเองเบาๆ "อิจิโกะคุงบอกว่าทานโมจิมาวามวันแล้วใช่ไหมครับ

 

"ครับ"

 

"จะว่าไปเคยเห็นหนังสือประวัติศาสตร์ของท่านซานิวะ ที่ว่าด้วยธรรมเนียมสมัยโบราณได้กล่าวถึงโมจิด้วยนะ"

 

สึรุมารุที่กำลังกินโมจิอยู่หายใจผิดจังหวะจนโมจิติดคอ

 

"นายไปอ่านตอนไหน" โอคุริคาระถาม

 

"ตอนที่มาใหม่ๆเลยน่ะ ท่านซานิวะให้ผมอ่านให้ฟัง... ถ้าจำไม่ผิดเห็นว่าบ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานกัน ฝ่ายสามีจะต้องเอาโมจิมาให้ภรรยาแล้วทานด้วยกันเป็นเวลาสามวัน เพื่อประกาศว่าให้รู้ว่าทั้งสองได้แต่งงานกันแล้ว"

 

กว่าจะรู้ตัวว่าไม่สมควรพูดเรื่อง มิทสึทาดะก็เอามือปิดปากแล้วรีบลากโอคุริคาระไปหาที่นั่งที่อื่น

 

"ผมจะไปนั่งทานที่อื่นนะครับ...ขอตัวก่อนนะ"

 

"..."

 

เมื่อได้ฟังแบบนั้นทุกคนจึงหันหน้าไปทางอิจิโกะที่หน้าเริ่มขึ้นสี ก่อนจะหันไปทางสึรุมารุที่เพิ่งกลืนโมจิลงไปได้

 

"พวกเจ้ามองอะไรน่ะ"

 

"อ้าแบบนี้นี่เอง มิน่าวันนั้นมิทซึทาดะถึงหุงข้าวแดง" ทมโบริคิริพูดขึ้น

 

"ยินดีด้วยขอรับ ช่างเป็นเรื่องมงคลจริงๆ" ทาโร่ทาจิเอ่ย

 

"แปลว่าพวกเจ้าร่วมหอกันแล้วสินะ ยินดีด้วย" อุกุยสึมารุว่าพลางยกชาขึ้นมาจิบ

 

"ถ้าไม่รังเกียจขอผมเขียนกลอนอวยพรให้นะครับ" คะเซ็นยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

อิจิโกะที่ได้นั่งก้มหน้าเพราะไม่อยากให้ใครเห็นใบหน้าที่แดงเพราะความเขินอาย ค่อยๆลุกขึ้นก่อนโค้งตัวให้ทุกคน

 

"ขอบคุณมากนะครับ...ผมขอตัวเอาจานไปเก็บก่อน"

 

"ไม่เห็นจะต้องเขินนี่น่า" อุกุยสึมารุยกชาขึ้นจิบอีกครั้งอย่างสบายอารมณ์

 

"...มิทสึทาดะ!! เจ้ากลับมาเดี๋ยวนี้นะ!"

 

**********

 

ค่ำคืนกลับมาอีกครั้ง...คืนนี้ท้องฟ้าเปิดกว้างจนเห็นหมู่ดาวชัดเจน สึรุมารุที่เพิ่งหารือเรื่องการหาดาบอื่นๆที่ยังไม่เจอกับซานิวะเสร็จ เดินออกมาจากห้อง

 

สองมือสอดเข้ากับแขนเสื้อเพราะความหนาว เสียงบอกราตรีสวัสดิ์ดังเป็ยระยะๆเมื่อมีใครเดินผ่านมา

 

ครืด

 

"เจ้านอนแล้วหรอ" สึรุมารุที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถามอีกคนที่กำลังนอนอยู่บนฟูก

 

"ยังครับ...เป็นภรรยาจะนอนก่อนสามีได้ยังไง"

 

อิจิโกะนอนหันหลังเพื่อซ้อนใบหน้าแดงเป็นลูกสตอร์เบอรี่ไว้ เพราะก่อนที่สึรุมารุจะกลับมา เหล่าดาบที่รู้เรื่องต่างเข้ามาอวยพรกันยกใหญ่ อีกทั้งยังให้คำแนะนำในการปฎิบัติตัวเป็นภรรยาที่ดีด้วย

 

"ฮ่าๆ เจ้าจะทำให้ข้าแปลกใจไม่ถึงเมื่อไหร่นะ"

 

"ก็สึรุมารุซังขี้เบื่อนี่ครับ ถ้าเกิดเบื่อผมขึ้นมา...ผมจะทำยังไงล่ะครับ"

 

สึรุมารุเบิกตาด้วยความตกใจก่อนจะทอแสงลงพร้อมถอนหายใจ

 

"ข้าไม่มีวันเบื่อเจ้าหรอก ทำไมเจ้าถึงคิดแบบนั้น"

 

"ไม่รู้สิครับ ในอนาคตอาจมีดาบที่งดงามจนทำให้สึรุมารุซังเบื่อผมก็ได้"

 

สึรุมารุล้มตัวนอนลงข้างๆพร้อมกับจับตัวอีกฝ่ายให้หันมาหาตน

 

"ข้าบอกเจ้าแล้วนี่ ว่าเจ้าคือหนึ่งเดียวชั่วชีวิตของข้า และจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป" สายตาที่อ่อนโยนและจริงจังจ้องมองฝ่าย

 

ภาพสะท้อนในดวงตาของชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์ ทำให้คนที่มองอดที่จะนึกถึงคำพูดเมื่อตอนนั้นไม่ได้

 

ภาพสะท้อนของเขาที่อยู่ในดวงตาของฝ่าย เป็นหลักฐานว่าเขายังมีชีวิตและมีเขาอยู่ในสายตา...มีเขาอยู่ในหัวใจ

 

"สัญญาแล้วนะครับ"

 

"ข้าขอสัญญา ตลอดไปเลยล่ะ...หนึ่งเดียวชั่วชีวิตของข้า"

 

สึรุมารุดึงร่างของอิจิโกะเข้ามากอดพร้อมกับประทับจูบที่หน้าผากเบาๆ ก่อนจะคร่อมตัวของอีกฝ่ายไว้ นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าออกอย่างเบามือ

 

"เจ้าเชื่อใจข้านะ"

 

"ครับ" อิจิโกะยิ้ม ก่อนเอื้อมมือประสานไว้ที่คอของอีกฝ่ายให้โน้มลง

 

"...เจ้าทำข้าแปลกใจจริงๆ"

 

สึรุมารุก้มลงประทับจูบที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย...จูบที่ดูดดื่มและหอมหวาน ชายหนุ่มละริมฝีปากนั้นออกก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้คนฟังหัวใจเต้นเร็วกว่าเดิม

 

"ข้าขอสัญญา...ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่วัน กี่เดือน กี่ฤดูกาล หรือกี่ปี หัวใจของเราจะเป็นของกันและกัน...ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...เพราะเจ้าคือหลักฐานของการมีชีวิตอยู่ของข้า...ข้าจะรักเจ้าตลอดไป"

 

ท่ามกลางดวงดาราที่ส่องแสงระยิบระยับ

สายลมหนาวที่พัดผ่านมา

จะเป็นสักขีพยานความรักระหว่างเรา

ตลอดไป

 

---------------------------------------------------

 

Talk : จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ คราวหน้าจะเป็นคู่อื่นแล้วแต่ยังลังเลว่าจะแต่งคู่ไหนดี หรือว่าอาจมีตินพิเศษดี +555 ใครอยากรีเควสบอกได้นะคะ แล้วเจอกัน โอกาสหน้าค่ะ





Comment

Comment:

Tweet