[Fic Touken Ranbu] :: Winter Story Extra...เพียงหิมะโปรยปราย

Pairing : Tsurumaru Kuninaka x Ichigi Hitofuri

Rate : PG

Author : Ai-Cream




หากวันหนึ่ง...เราไม่ได้สบตากัน

หากวันหนึ่ง....เราไม่ได้พูดคุยกัน

หากวันหนึ่ง...มีใครที่ดีกว่าเข้ามา

หากวันนั้นมาถึง...รักของเราจะยังอยู่ใช่ไหม




หิมะพิเศษ

หิมะที่ไม่มีวันละลาย




หนึ่งเดือนหลังจากอิจิโกะ ฮิโตฟุริ ใช้ชีวิตอยู่ในฮงมารุกับเหล่าดาบอื่นๆ รวมถึงการได้ใช้ชีวตอยู่เคียงข้างคนที่ตัวเองรัก มันทำให้ทุกอย่างสดใสและมีความสุขได้ทุกวัน

 

เช้าวันนี้อากาศหนาวเหมือนเคย นั้นเป็นเพราะยังเป็นฤดูหนาวอยู่ ร่างใต้ผ้าห่มรู้สึกว่าวันนี้หนาวกว่าปกติจึงขยับตัวเพื่อซุกคนที่นอนข้างๆอย่างเคยชิน...

 

"?"

 

อิจิโกะค่อยลืมตาขึ้นเมื่อหาความอบอุ่นของอีกฝ่ายไม่เจอ มือเรียวเอื้อมไปแตะตรงฟูกที่เคยมีใครนอนอยู่ พบว่าฟูกนั้นไม่มีความอบอุ่นเหลืออยู่แล้ว

 

"วันนี้วันหยุดนี่...ไปไหนแต่เช้านะ"

 

ชายหนุ่มผมฟ้าที่กำลังงัวเงียพูดกับตัวเอง ก่อนจะค่อยๆลุกเพื่อไปแต่งตัว...ชุดยูกาตะที่หลุดหลุ่ยเพราะกิจกรรมเมื่อคืนทำให้การถอดชุดนั้นง่ายกว่าปกติ

 

เพราะช่วงนี้สึรุมารุต้องนำทัพหลักเพื่อตามหาดาบที่ซานิวะของพวกเขาต้องการ กว่าจะพบหน้ากันก็มีแค่ช่วงเย็นเท่านั้น แต่ทุกครั้งสึรุมารุก็จะบอกตลอดว่าจะไปไหน…

 

: ผมทำหน้าที่ขาดตกบกพร่องหรือเปล่านะ

 

"ไปไหนไม่บอกกันเลยนะครับ...สึรุมารุซัง" อิจิโกะพูดกับตุ๊กตาหมีสีขาวที่แต่งชุดเหมือนคนที่เอ่ยถึงพลางใช้นิ้วจิ้มไปที่แก้มของตุ๊กตา ก่อนจะเอื้อมมือไปขยับตุ๊กตาหมีสีฟ้าที่แต่งชุดเหมือนตนให้ชิดกับอีกฝ่าย

 

ตุ๊กตาทั้งสองตัวนี้ท่านซานิวะของพวกเขาลงทุนกลับไปโลกอนาคตแล้วสั่งตัดเย็บให้เลยทีเดียว เพราะถือเป็นของขวัญพิเศษที่อยากจะให้พวกเขาสองคนมีกันและกันตลอดไป

 

หลังจากแต่งตัวเสร็จ อิจิโกะก็เดินไปที่ห้องอาหารทันทีเผื่อว่าคนที่เขาตามหาจะยังอยู่

 

"พี่อิจิ" มิดาเระเรียกเสียงใส

 

"วันนี้ทำไมตื่นเช้ากันจัง วันหยุดไม่ใช่หรอ" อิจิโกะที่เพิ่งเดินเข้ามาถามขึ้นเมื่อเห็นน้องๆและเหล่าเด็กๆนั่งอยู่ครบทุกคน

 

"พอดีวันนี้จะไปซื้อของในเมืองนะ ก็เลยถือโอกาสพาเด็กไปเที่ยวด้วย" นิคคาริ อาโอเอะพูดขณะที่วางชุดอาหารของตัวเองลงบนโต๊ะ

 

"นิคคาริซังจะพาไปคนเดียวหรอครับ" อิจิโกะพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะเนื่องจากจำนวนเด็กๆสิบกว่าคน ถ้าผู้ใหญ่ไปคนเดียวคงวุ่นวายน่าดู

 

"เปล่าขอรับ ข้าเองก็ไปด้วย" อิชิคิริมารุเอ่ย "โซวสะซัง ฮาจิสึกะซัง แล้วก็พวกชินเซนกุมิก็ไปด้วยครับ"

 

"งั้นหรอครับ...ว่าแต่มีใครเห็นสึรุมารุซังบ้างไหมครับ"

 

"คุนินากะไปทำธุระกับนายท่านน่ะ คิดว่าน่าจะกลับมาตอนเที่ยงเลย" ฮาเซเบะที่เพิ่งเดินเข้ามาตอบ

 

"อะไรกัน สึรุมารุหายไปอิจิโกะไม่รู้หรอเนี่ย หรือว่าจะโดนนอกใจเสียแล้ว" โซวสะเอ่ยแซว

 

"โซวสะ" ฮาเซเบะดุทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของอิจิโกะดูกังวล โซวสะจึงรีบพูดต่อ

 

"ล้อเล่นน่ะๆ...คงเป็นจะธุระด่วนก็เลยรีบออกไปล่ะน่ะ อย่าคิดมากเลย"

 

"ครับ" อิจิโกะยิ้มตอบ

 

อาจเพราะเมื่อคืนนอนไม่เพียงพอ หลังจากอิจิโกะทำหน้าที่ประจำวันเสร็จจึงกลับไปที่ห้องของตนเองอีกครั้งเพื่อพักผ่อน ร่างนั้นล้มลงกับฟูกนุ่มก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว

 

"สึรุมารุซัง จะไปไหนครับ"

 

"ข้าจะไปไหนก็ไม่จำเป็นต้องบอกเจ้านี่"

 

"เดี๋ยวสิครับ" อิจิโกะคว้ามืออีกฝ่าย

 

"ข้ามีหน้าที่ ที่ต้องดูแลดาบใหม่...ที่ทั้งงดงามและสง่างาม...เป็นดาบที่ดูยังไงก็ไม่หน้าเบื่ออย่างเจ้า"

 

มือที่จับอีกฝ่ายถูกสะบัดออก อิจิโกะเบิกตากว้างด้วยความไม่เข้าใจ และตกใจ ใบหน้าเย็นชาและเรียบเฉยของอีกฝ่ายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คำพูดที่เสียดแท่งจนเจ็บไปถึงหัวใจ

 

"ข้าเบื่อเจ้าแล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไปข้าจะไปอยู่ที่อื่น กับดาบที่คู่ควรกับข้า"

 

เฮือก!!

 

"นี่...เป็นอะไรรึเปล่าอิจิโกะ เจ้าฝันร้ายหรอ" เสียงนุ่มเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

 

"สึรุมารุซัง..." อิจิโกะรีบคว้ามือของอีกฝ่ายไว้แน่นขณะก่อนจะลุกขึ้นนั่ง

 

สึรุมารุหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อบนใบหน้าขาวซีด สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความเป็นห่วงคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน

 

"ไม่สบายหรือเปล่า เพราะช่วงนี้เจ้าพักผ่อนไม่พอใช่ไหม หรือว่าเป็นอะไร... เจ้ามีอะไรอยากเล่าให้ข้าฟังหรือเปล่า" มือขาวเรียวเลื่อนไปกุมมืออีกฝ่าย

 

"คือผม...แค่...เหนื่อยนิดหน่อยนะครับ" สุดท้ายก็ลังเลที่จะเล่า ชายหนุ่มจึงตอบไปเช่นนั้น

 

"แน่ใจหรือ ตอนนั้นเจ้าฝันร้ายก็มีอาการแบบนี้นี่"

 

"แค่เหนื่อยน่ะครับ คงจะพักผ่อนไม่พอจริงๆ" ชายหนุ่มยิ้มให้ เพื่อที่อีกฝ่ายจะคลายกังวล

 

"คุนินากะ นายท่านเรียกน่ะ" เสียงฮาเซเบะเรียกอยู่หน้าประตู

 

"รู้แล้ว เดี๋ยวข้าจะไปนะ" สึรุมารุตอบก่อนจะหันมาหาอิจิโกะ "ถ้าเจ้าเหนื่อยก็พักเยอะๆนะ...ถ้าเจ้าเป็นหญิง ข้าคงคิดว่าเจ้ากำลังมีลูกให้ข้าแน่ๆเลย ฮ่าๆ"

 

“สึรุมารุซังล่ะก็”...อิจิโกะก้มหน้าแดงๆไม่ให้อีกฝ่ายเห็นด้วยความเขิน

 

สึรุมารุก้มลงจูบที่หน้าผากของอีกฝ่ายเบาๆก่อนส่งยิ้มอย่างเคยให้ แล้วจึงออกจากห้องไป...

 

เมื่อสึรุมารุเดินพ้นจากบริเวณหน้าห้องไปแล้ว อิจิโกะก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะยิ้มกับตัวเอง

 

: คงคิดมากไปเองสินะ มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก

 

**********

 

โรงตีดาบ

 

"นายช่างวันนี้ท่านซานิวะมานั่งรอดาบใหม่ด้วยเลยนะ ท่านช่วยตีให้นางทีสิ" ชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์ยิ้มแฉ่ง

 

นายช่างมองค้อนเจ้าตัวดีก่อนจะหันไปทางซานิวะสาวพร้อมกับโค้งตัวให้เล็กน้อย

 

"เราอยากได้ดาบที่เรายังไม่มีค่ะ" หญิงสาวนั่งยิ้มหวาน

 

"ดาบที่ท่านยังไม่มีงั้นรึ" นายช่างเงยหน้าไปมองป้ายชื่อของเหล่าดาบ "ดาบที่เหลือท่านต้องหาเองนี่ ให้ข้าตียังไงก็ซ้ำอยู่ดี"

 

"นายช่างคงลืมไปมั้งคะ ว่ายังมีอีกสองเล่มที่ท่านยังไม่เคยตีให้เราเลย"

 

"นั้นสิๆ ดาบหายากสองเล่มนั้นน่ะ" สึรุมารุพูดเสริมซึ่งทำให้นายช่างเส้นเลือดปูดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงของเจ้าตัว

 

"อ้า...นั้นสินะ...เจ้าจะให้ข้าเท่าไหร่ล่ะ" นายช่างหันไปมองพร้อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์กับสึรุมารุที่เดาะลิ้นดัง

 

: ข้าเกลียดคำถามนี่จริง

ทำได้แต่คิดในใจ...สึรุมารุหันหน้าไปมองซานิวะของเขา ก่อนเธอจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าแล้วแต่

 

"งั้น...500 510 700 700"

 

"เท่าเดิมอีกแล้วหรอ" นายช่างรวบวัตถุดิบไปคำนวน "ข้อหาที่ข้าหมั่นไส้เจ้าเอาไป 3.00"

 

"นายช่าง! ท่านซานิวะนั่งอยู่ตรงนี้นะ  ท่านทำอะไรไม่ให้เกียรตินางเลย"

 

"อะ ฮ่าๆ ๆ" ถึงแม้หญิงสาวจะหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะและแววตาของเธอไม่ได้หัวเราะตามไปด้วยเลย

 

"นายช่างค่ะ" เธอลุกขึ้นมาพร้อมเดินมาตรงหน้านายช่าง "เราให้เท่าสึรุมารุซังค่ะ ถ้าหากท่านจะกรุณาตีดาบที่เรายังไม่มีให้จะเป็นพระคุณอย่างสูง อันที่จริงเราก็ไม่ค่อยได้ขอให้ท่านตีให้เราเท่าไหร่เลยนะคะ อีกทั้งทรัพยากรช่วงนี้ก็ค่อนข้างร่อยหรอเนื่องด้วยเหตุผลต่างๆ ถ้าท่านเห็นแก่เรา ช่วยตีให้ได้เลขที่เราไม่เคยเห็นทีเถอะค่ะ"

 

นายช่างเหงื่อตกกับรอยยิ้มที่น่ากลัวนั้น ก่อนจะหันกลับไปคำนวณ...เสียงแผ่วของนายช่างเอ่ยขึ้นบอกเวลาอีกครั้ง

 

"4.00"

 

"...!"

 

"ก็เวลาที่ท่านยังไม่เลยได้ไง มีแต่เวลานี้ไม่ใช่หรอ"

 

"เร่งเลยค่ะ! ขอใช้ใบเร่งเลยค่ะ!"

 

..........

.....

...

 

"มิคาสึกิ มุเนะจิกะ"

 

"กรี๊ดดดดดด! ในที่สุดท่านก็ตีให้เราแล้ว สึรุมารุซังท่านช่วยนำดาบเล่มนี้ไปที่ห้องอัญเชิญนะคะเดี๋ยวเราตามไป"

 

สึรุมารุรับดาบงามนั้นจากซานิวะก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 

"นายช่าง...วันนี้เป็นวันไหว้พระจันทร์พอดี เราเลยเอาขนมนี้มาให้ ขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือเรามาตลอดนะคะ" หญิงสาวส่งกล่องขนมให้พร้อมแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ก่อนเดินจากไป

 

"เห้อออ..." นายช่างถอนหายใจเบาๆ "ทั้งเจ้านาย ทั้งดาบ ช่างเป็นคนที่วุ่นวายเสียเหลือเกิน"

 

นายช่างแกะกล่องขนมออก...กลิ่นหอมที่ไม่เคยได้กลิ่นส่งกลิ่นลอยออกมา... ขนมสีน้ำตาลรูปร่างแปลกที่มีลวดลายของดินแดนมังกรทองที่บรรจงทำอย่างปราณีทำให้เพลิดเพลินไปกับการมองลวดลายบนขนมนั้น

 

"จดหมาย?" นายช่างหยิบกระดาษที่อยู่ข้างๆกล่องขึ้นมาอ่าน

 

'ถึงนายช่าง...ขนมนี่เราเอามาจากโลกอนาคตหวังว่าท่านจะชอบนะ ขอบคุณที่เหนื่อยเพื่อเรานะคะ...ซานิวะ'

 

"ข้าไม่ได้เหนื่อยเพื่อเจ้าสักหน่อย..."

 

ระหว่างทางเดินไปห้องอัญเชิญ หญิงสาวเดินไปหมุนตัวไป พร้อมกับร้องเพลงอย่างร่าเริง

 

"สึรุมารุซังเราได้ดาบใหม่ล่ะดีใจจังเลย นี่เป็นดาบหายากระดับห้ากลีบเลยนะ"

 

"ครับๆ มีดาบที่อยู่ยุคเดียวกันเพิ่มขึ้นมาก็ดีเหมือน...ดาบวันที่ทำข้าแปลกใจมากเลยล่ะ"

 

"แต่ก็นะ ใจจริงอยากจะได้อีกเล่มมาก่อนแล้วค่อยปลุกพร้อมกันเสียหน่อย" ซานิวะสาวบ่นอุบอิบก่อนจะเปิดประตูห้องอัญเชิญ

 

“งั้นก็รอก่อนก็ได้นี่” สึรุมารุวางดาบบนแท่นพูดขึ้น “ช่วงนี้ทุกคนก็งานเยอะใครจะเป็นคนดูแลล่ะ”

 

“เราเองๆ เราจะดูแลเอง” หญิงสาวชูมือโบกไปมา

 

“เป็นผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน นอนห้องเดียวกับผู้ชาย มันไม่เหมาะสมนะ”

 

“หัวโบราณจัง”

 

“ก็ข้าอายุมากกว่าท่านตั้งเยอะจะหัวโบราณก็ไม่แปลกหรอกมั้ง”

 

“แต่ตอนสึรุมารุซังมาเราก็เป็นคนดูแลยังได้เลยนี่”

 

“ดูแลข้าโดยการพาข้าออกทัพพร้อมเลื่อนขั้นโทคุตั้งแต่ครึ่งวันแรก แล้วก็ให้ข้าไปอยู่กับมิทสึทาดะกับโอคุริคาระสามวัน จากนั้นก็ไล่ข้าไปนอนคนเดียว ช่างดูแลข้าดีเหลือเกินนะ”

 

“เพราะเราสัมผัสถึงอนาคตได้ไงว่าอีกหน่อยท่านจะต้องดูแลอิจิโกะซัง”

 

“...อย่าเสียเวลา จะทำพิธีก็ทำ” สึรุมารุหันหน้าหนีเพราะความเขินอาย

 

“เอาล่ะนะ”

 

สองมือที่ประกบกันก่อนบทอัญเชิญจะถูกท่องพร้อมแสงสีทองที่สาดส่องไปทั่วห้อง กลีบดอกซากุระปลิววนไปรอบร่างของผู้มาใหม่และกระจายไปทั่วบริเวณ

 

"มิคาสึกิ มุเนะจิกะ เพราะลายดาบของข้าเหมือนกับจันทร์ครึ่งเสี้ยว ผู้คนถึงได้เรียกข้าว่า มิคาสึกิยังไงล่ะ ฝากตัวด้วยนะ”

 

"เราเป็นซานิวะจากโลกอนาคตค่ะ เป็นผู้ดูแลฮงมารุแห่งนี้" หญิงสาวยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจพร้อมพุ่งเข้ากอด

 

"แม่หนูน่ารักจัง จะเรียกข้าว่าคุณปู่ก็ได้นะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

 

“เป็นถึงซานิวะ สำรวมหน่อย” สึรุมารุจับตัวซานิวะของเขาแยกออกมา

 

"มิคาสึกิซังยังไม่แก่เลย ขอเรียกชื่อดีกว่าค่ะ"

 

"แล้วแต่เจ้าเลยแม่หนู" มิคาสึกิยิ้มหวาน

 

"ส่วนนี่สึรุมารุซัง สึรุมารุ คุนินากะค่ะ"

 

"ดาบงามเล่มนั้นนั่นเอง ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของเจ้าว่างดงามมาก"

 

"ขอบคุณ ข้าเองก็ได้ยินชื่อเสียงที่เขาเลื่องลื่อกันว่าเจ้างดงามเป็นหนึ่งในห้าของดาบใต้หล้า"

 

"น่าจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวมกันครบแล้วมั้งคะ เราไปแนะนำตัวกันดีกว่า"

 

ซานิวะสาวยิ้มร่าพร้อมเดินนำไปอย่างรวดเร็ว มิคาสึกิหันมายิ้มน้อยๆก่อนจะเริ่มก้าวเดิน แต่เดินยังไม่พ้นจากธรณีประตูดีก็...

 

โครม!

 

"เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า!" สึรุมารุรีบพยุงชายหนุ่มที่สูงกว่าตน

 

"ข้าคงยังไม่คุ้นชินกับร่างนี้ละมั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

 

"มิคาสึกิซัง! เป็นอะไรรึเปล่า" หญิงสาวรีบเดินกลับมา

 

"ไม่เป็นไรๆ ปกติข้าต้องยืมมือคนอื่นช่วยเสมอน่ะ นี่ก็เพิ่งได้ร่างนี้มาคงต้องปรับตัวอีกเยอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" รอยยิ้มยังคงปรากฎบนใบหน้าไม่เปลี่ยน

 

"เราจะหาคนมาดูแลท่านจนกว่าจะหาโคคิสึเนะมารุเจอนะคะ"

 

"เอ๋? เขายังไม่ได้มาอยู่ที่นี่หรอ" แม้ใบหน้าจะยิ้มแต่เสียงกับหมองลงเล็กน้อย

 

"อย่าห่วงเลยค่ะยังไงเราก็จะหาเขาให้เจอ"

 

มิคาสึกิพยักหน้าเบาๆ ก่อนก้าวเดินอีกครั้ง เมื่อมาถึงห้องนั่งเล่นรวม ทุกคนดูเหมือนว่าจะมารออยู่แล้ว เนื่องจากฮาเซเบะเป็นคนแจ้งให้มารวมตัว

 

สึรุมารุที่เดินเข้ามาเป็นคนแรกตรงไปนั่งข้างๆอิจิโกะทันที ก่อนจะยิ้มแฉ่งให้

 

"มีอะไรหรอครับ ท่านซานิวะถึงเรียกรวมแบบนี้"

 

"มีดาบใหม่มาน่ะ" สึรุมารุตอบ

 

อิจิโกะที่ได้ยินคำว่าดาบใหม่ ทำเอาตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที ภาพในความฝันที่สึรุมารุสะบัดมือจากเขาแล่นเข้ามาในหัว จนอดที่จะกำมือแน่นไม่ได้ ยิ่งคิดว่าดาบที่นายช่างจะตีให้ได้มีเพียงสองเล่มยิ่งใจไม่ดีเข้าไปใหญ่

 

"เชิญเข้ามาค่ะ...ทุกคนนี่คือสมาชิกใหม่ของฮงมารุของเรา ฝากทุกคนดูแลด้วยนะคะ"

 

ชายหนุ่มในเครื่องแต่งกายยุคโบราณสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้างดงามหมดจด เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นชุดแบบขุนนางเฮอันระดับสูง ทั้งการก้าวเดิน การนั่ง มีท่าทีอ่อนช้อย สุภาพ และสง่างาม

 

เมื่อได้เห็นดังนั้นความกลัวในใจอิจิโกะที่มีก็เพิ่มมากขึ้น จนไม่อาจซ้อนไว้ได้ จึงเอื้อมมือไปจับชายแขนเสื้อคนข้างๆแน่น

 

"อิจิโกะ?"

 

"ไม่มีอะไรครับ แค่กลัวคุณจะหายไปน่ะครับ ฮ่าๆ"

 

"ข้าจะหายไปไหน เจ้านี่ตลกจัง" สึรุมารุหันกลับมายิ้ม

 

"ชื่อของข้าคือมิคาสึกิ มุเนะจิกะ ข้าคือหนึ่งใน 5 ดาบแห่งใต้หล้า ที่ผู้คนกล่าวขานกันว่างดงามที่สุด ข้าเกิดในช่วงปลายศตวรรษที่11 เพราะงั้นจะเรียกข้าว่าคุณปู่ก็ว่าได้ ฮ่าฮ่าฮ่า“

"เนื่องจากว่ามิคาสึกิซังมีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตแระจำวันนิดหน่อย เราเลยอยากให้ใครสักคนช่วยดูแลจนกว่าเขาจะปรับตัวได้" หญิงสาวยิ้มหวานก่อนมองไปรอบๆ "เราก็เลยอยากให้มิทสึ..."

 

แต่ก่อนที่ซานิวะสาวจะพูดชื่อ โชคุไดคิริ มิทสึทาดะ สายตาของลูกแมวหวงเจ้าของก็จ้องมาเขม็ง จนหญิงสาวไม่อาจพูดอะไรต่อ ครั้นมองไปที่หาฮาเซเบะก็เห็นสายตาเศร้าๆของโซวสะ ซามอนจิมองมาจนต้องหันไปทางอื่น พอหันไปที่อิิชิคิริมารุก็คิดว่ามีงานรักษาคนอื่นอยู่บ่อยๆอีกทั้งนิคคาริที่มองมานั้นราวกับกำลังสะกดจิตอยู่ นั้นทำให้ต้องหันมาหาที่พึ่งสุดท้าย...จึงหันไปที่อิจิโกะกับสึรุมารุ

 

"...ระหว่างสึรุมารุซังกับอิจิโกะซัง ใครจะช่วยเราได้ค่ะ" หญิงสาวยิ้มอย่างเกรงใจ เพราะรู้ถึงความสัมพันธ์ของสองคนนี้ดี แต่ยังไงก็ต้องมีคนดูแลคนแก่(?)ที่ไม่รู้พาสีพาสาอะไรเลย อีกอย่างระหว่างสองคนนี้น่าจะคุยกันรู้เรื่องมากกว่าคู่(?)อื่นๆ

 

อิจิโกะคิดว่าถ้าตัวเองได้เป็นคนดูแลเอง มิคาสึกิจะต้องไม่ได้ใกล้ชิดสึรุมารุแน่ๆ จึงจะอาสารับ

 

"ผม..."

 

"เดี๋ยวข้าดูแลเองแล้วกัน" สึรุมารุว่าพร้อมยิ้มแฉ่ง

 

"ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะคะ"

 

อิจิโกะเหงื่อเย็นเฉียบ ยิ่งได้ยินเสียงที่ตอบรับซานิวะสาวอย่างร่าเริงนั่นแล้ว ยิ่งทำให้ภายในช่องอกรู้สึกหวิวๆ

 

หลังจากทุกคนแยกย้ายกันกลับห้อง สึรุมารุจึงพามิคาสึกิไปห้องพักและจัดการสอนวิธีการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ โดยให้อิจิโกะกลับห้องไปก่อน

 

"เจ้าพักห้องนี้น่ะ ถ้ามีอะไรก็มาเรียกแล้วกัน ห้องของข้าอยู่ไม่ไกลจากเจ้าเท่าไหร่"

 

"เข้าใจแล้ว ขอบคุณเจ้านะ เรื่องเสื้อผ้านี่ก็เหมือนกัน"

 

สึรุมารุยิ้มให้ก่อนจะเดินไปที่ห้องของตน แต่พอจะปิดประตูลงก็ได้ยินเสียงดังโครมมาจากในห้องจึงต้องรีบเปิดประตูอีกครั้ง

 

“มิคาสึกิ…”

 

“ข้าคงเหม่อไปหน่อยน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”

 

“เจ้าคิดอะไรอยู่ฮะ...จะอยู่คนเดียวได้ไหมเนี่ย” สึรุมารุเดินเข้ามาหยิบของที่หล่นขึ้นมาวางที่เดิม

 

“ได้เจอคนอื่นๆเป็นเรื่องน่าดีใจ แต่ข้าก็อยากเจอโคคิสึเนะมารุ…” ดวงตาจันทร์เสี้ยวฉายแววเศร้า

 

“เจ้าโตแล้วนะ ยังจะงอแงเป็นเด็กๆหรือไง ท่านซานิวะก็บอกแล้วนี่ว่าจะรีบหาให้เจอให้ได้น่ะ” ชายร่างพิสุทธิ์เดินเข้ามาสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายที่เพิ่งนั่งลงบนฟูกว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

 

“เจ้าช่วยอยู่เป็นเพื่อนข้าได้ไหม”

 

“ไม่ได้หรอก ข้าก็มีคนรออยู่นะ” สึรุมารุตอบทันที

 

“งั้นหรอ...ข้าเข้าใจแล้ว” มิคาสึกิค่อยๆล้มตัวนอนพร้อมห่มผ้าอย่างเรียบร้อย “วันนี้ขอบคุณเจ้านะ”

 

หลังจากสึรุมารุคิดว่ามิคาสึกิหลับไปแล้ว จึีงเดินกลับห้องตัวเอง พอเดินเข้าไปในห้องของตัวเองก็พบว่าคนที่รอเขาหลับไปเสียแล้ว สึรุมารุยิ้มบางๆก่อนจะล้มตัวนอนบ้าง ทันใดนั้นคนที่คิดว่าจะหลับไปแล้วกลับหันมากอดเขาแน่นพร้อมกดจูบที่ริมฝีปากอย่างแนบแน่น รุกล้ำอย่างไม่เคยทำมาก่อนจนทำให้อีกฝ่ายแปลกใจจนต้องค่อยๆดันตัวอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ

 

“อิจิโกะ เจ้ายังไม่หลับหรอ”

 

“ผมรอคุณอยู่” ว่าแล้วก็นั่งคร่อมร่างพร้อมกับจับมือของอีกฝ่ายมาลูบไล้ตัวเอง สึรุมารุแปลกใจไม่น้อยกับการรุกก่อนของอิจิโกะจึงพลิกตัวกลับเพื่อให้อีกฝ่ายอยู่ด้านล่างพร้อมซุกไซ้ไปตามลำคอขาว มือเรียวค่อยสอดเข้าไปในชุดยูกาตะของอีกฝ่ายก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนร้องไห้ลอยมา

 

“...สึรุมารุซัง?”

 

“ขอโทษนะอิจิโกะ คืนนี้ข้าว่าเจ้านอนพักเถอะ” สึรุมารุค่อยๆคลายอ้อมกอดนั้นก่อนจะลุกออกจากห้องไป

 

“ราตรีสวัสดิ์นะ” ถึงแม้รอยยิ้มที่ยังคงยิ้มให้เขายังเหมือนเดิม แต่ในใจของอิจิโกะรู้สึกแน่นราวกับถูกบีบรัด ขอบตาร้อนผ่าวจนรู้สึกได้ถึงน้ำใสที่คลอจนไหลลงมา เสื้อที่หลุดออกจากไหล่ถูกดึงกลับมาใส่อย่างเรียบร้อยอีกครั้งพร้อมมือที่กำแน่นไว้ตรงอก

 

“คุณจะไม่ทิ้งผมใช่ไหม...สึรุมารุซัง”

 

ระหว่างที่สึรุมารุเดินไปที่ห้องของมิคาสึกิก็ได้ยินสะอึกสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆจนต้องรีบเดินไปที่ห้องต้นเสียง

 

ครืด

 

“มิคาสึกิ เจ้าเป็นอะไรน่ะ” สึรุมารุที่เข้ามาในห้องแล้วนั่งลงข้างๆ

 

“ข้าอยากเจอโคคิสึเนะมารุ” น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม

 

“เจ้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ” สึรุมารุพูดอย่างเหนื่อยใจ

 

“ห้องนี้กว้างเกินไปสำหรับข้าคนเดียว...มันเงียบและเหงามาก ทั้งๆที่คนอื่นๆต่างมีเพื่อนร่วมห้องกันหมด”

 

“ได้ๆ งั้นคืนนี้ข้านอนเป็นเพื่อนเจ้าแล้วกัน หยุดร้องไห้ได้แล้ว”

 

มิคาสึกิพยักหน้าก่อนหลับตานอนอีกครั้ง โดยมีสึรุมารุนอนกล่อมอยู่ข้างๆ

 

: อย่างกับว่ากล่อมลูกนอนเลยแฮะ

 

อิจิโกะนอนพลิกตัวไปมาอย่างกระวนกระวายเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาที่ห้อง พอจะลุกออกไปตามก็ลังเลว่าจะไปดีไหม สุดท้ายแล้วก็ได้แต่เอาผ้าหม่คลุมโปงจนเผลอหลับไปในที่สุด

 

เช้ารุ่งขึ้นอิจิโกะตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อย จึงรีบแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าทัพ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้กลับห้องมาเลยจึงมีสีหน้าหม่นลง

 

“พี่อิจิ ยะเก็นเองครับ...ขออนุญาตินะครับ”

 

ครืด

 

“มีอะไรหรอยะเก็น”

 

“ท่านซานิวะฝากมาบอกว่าวันนี้ให้พี่อิจิอยู่ที่เรือนน่ะครับ เพราะจะพาท่านมิคาสึกิไปหาประสบการณ์ อีกอย่างสึรุมารุซังบอกว่าพักนี้ท่านพักผ่อนไม่ค่อยพอ ท่านซานิวะจึงอยากให้พี่พักครับ”

 

“เอ๋?...ถ้าอย่างนั้น...”

 

“ครับ ออกไปแต่เช้าแล้วล่ะครับ สึรุมารุซังก็ด้วย”

 

“งั้นหรอ...ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่จะเข้าครัวช่วยฮาจิซึกะซังแล้วกันนะ อยู่ว่างๆแบบนั้นรู้สึกแปลกๆน่ะ” อิจิโกะฝืนยิ้มให้ยะเก็น แต่มีหรือที่น้องชายที่แสนฉลาดของเขาจะดูไปออก

 

“ผมไม่รู้ว่าพี่อิจิกำลังกังวลอะไรอยู่ แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสึรุมารุซังละก็...อย่ากังวลเลยครับ”

 

ยะเก็นพูดจบก็ขอตัวไปเตรียมตัวเพื่อออกสำรวจอีกทัพหนึ่ง อิจิโกะที่อยู่ในห้องได้แต่ยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง

 

“ผมนี่แย่จังนะ ต้องเชื่อใจคุณสิถึงจะถูก” ว่าแล้วก็หยิบตุ๊กตาหมีสึรุมารุมากอดก่อนจะยื้นมือซ้ายออกมามองแหวนที่สวมอยู่ที่นิ้วของตน “สัญญากันแล้วนี่นะ”

 

ในช่วงสามสี่วันมานี้ อิจิโกะแทบไม่ได้พูดคุยหรือพบหน้าสึรุมารุเท่าไหร่ ถึงเจอหน้าก็มีมิคาสึกิเป็นเงาตามตัวไม่ห่าง คืนนี้อิจิโกะจึงพูดกับสึรุมารุว่าจะรอจนกว่าเขาจะกลับห้องมิฉะนั้นก็จะไม่นอน

 

“ทำไมอยู่ดีๆเจ้าก็เอาแต่ใจขึ้นมาน่ะ ไม่สมเป็นเจ้าเลยนะ”

 

“ผมก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว แค่คุณไม่รู้เท่านั้นเอง”

 

สึรุมารุมองคนรักของตัวเองที่วันนี้เอาแต่ใจไม่สมกับเป็นตัวเองจนอดที่จะแปลกใจไม่ได้ รวมทั้งปฎิกิริยาเมื่อสี่คืนก่อนที่ทำเอาแปลกใจไม่หาย

 

“ถ้าวันนี้ไม่เห็นหน้าคุณก่อนผมหลับ เราก็ไม่ต้องนอนห้องเดียวกันอีกเลยแล้วกันครับ”

 

เมื่อได้ยินคำขาดเช่นนั้น สึรุมารุจึงไปขอร้องมิทสึทาดะให้ไปช่วยอยู่เป็นเพื่อนมิคาสึกิแทนหน่อย แน่นอนว่าโดนโอคุริคาระค้อนมองอย่างหงุดหงิดเหมือนแมวที่กำลังจะถูกขโมยเจ้าของไป

 

“ข้ายืมตัวมิทสึทาดะของเจ้าแค่วันเดียวเองนะ อย่ามามองข้าแบบนั้นได้ไหม”

 

“…” เด็กหนุ่มเมินหน้าหนี

 

“เอาอย่างนี้นะครับสึรุมารุ เดี๋ยวพวกผมสองคนจะไปนอนเป็นเพื่อนมิคาสึกิซังเอง เพราะว่า...คงไม่มีใครอยากนอนคนเดียวหรอกครับ จริงไหม”

 

คำพูดของมิทสึทาดะทำให้สึรุมารุฉุดคิดขึ้นมาได้ว่าตนเองนั้นทิ้งให้อิจิโกะต้องอยู่คนเดียวมาหลายวันแล้ว ทั้งๆที่คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเข้าใจถึงความจำเป็นนั้น แต่วันนี้อิจิโกะพูดอย่างเอาแต่ใจออกมาแบบนั้น สึรุมารุจึงคิดได้ว่า เรื่องบางครั้งก็ต้องให้เวลากับคนที่เขาเฝ้ารอเราด้วย

 

**********

 

คืนนั้นสึรุมารุเดินตามหลังอิจิโกะไปที่ห้องพัก เมื่อเข้าไปในห้องสึรุมารุก็ดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดทันที จนอีกฝ่ายตกใจ

 

"ช่วงนี้เจ้าเป็นอะไร บอกข้ามาสิ...เอาแต่ใจแบบเด็กๆไม่สมเป็นเจ้าเลย"

 

"ไม่มีอะไรนี่ครับ อ๊ะ!" สึรุมารุขบที่ใบหูของอีกฝ่ายเบาๆ จากนั้นจึึงลากไล้ริมฝีปากไปบริเวณลำคอ

 

"สึรุมารุซัง...อย่าครับ"

 

"ข้าจะไม่หยุดจนกว่าเจ้าจะเล่าความจริง" สึรุมารุพลักอีกฝ่ายลงบนฟูกที่กางเตรียมไว้ก่อนไปอาบน้ำ "บอกข้ามา ว่าทำไมช่วงนี้เจ้าทำตัวแปลกๆ"

 

"หยุดก่อนครับสึรุมารุซัง อ๊ะ อืม..." มือเรียวสอดเข้าไปใต้เสื้อของอีกฝ่ายนั้น รูปไล้ไปทั่วหน้าท้องจนไปถึงแผงอก

 

"ถ้าไม่พูด ข้าไม่ให้โอกาสเจ้าพูดแล้วนะ" ชายร่างพิสุทธิิ์ยิ้มอย่างสนุกสนาน ก่อนจะปิดกั้นเสียงนั้นด้วยริมฝีปาก ลิ้นที่สอดสำรวจโพรงปากของอีกฝ่ายอย่างชอบใจ

 

อิจิโกะพยายามผลักอีกฝ่ายให้พ้นออกจากตัว แต่ด้วยความเสียเปรียบที่อยู่ใต้ร่างของอีกฝ่ายจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากเอามือทุบหลังชายหนุ่มร่างพิสุทธิ์

 

"เจ้าจะพูดหรือยัง" สึรุมารุยกนิ้วเช็ดที่ริมฝีปากของชายหนุมตรงหน้าที่กำลังกอบโกยอากาศเข้าสู้ปอด

 

"พูดแล้วๆ...คุณให้ผม...หายใจก่อนเถอะครับ" อิจิโกะหอบเล็กน้อยก่อนเขยิบตัวหนี เพราะกลัวอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ

 

"ข้ารอฟังอยู่"

 

"ก่อนที่มิคาสึกิซังจะมาอยู่ที่นี่ผมฝัน...ว่าคุณเบื่อผม...ไม่รักผม...จะไปหาดาบอื่นที่งดงามกว่า...แล้ววันนั้นมิคาสึกิซังก็ปรากฎตัว...คุณเองก็อาสาดูแลเขาด้วย...พอต้องดูแลมิคาสึกิซัง คุณก็คุยกับผมน้อยลง เจอหน้ากันน้อยลงมันทำให้ผมไม่ค่อยได้อยู่กับคุณ...เหมือนถูกแย่งความรักไปเลย"

 

สึรุมารุช้อนใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นมาสบตาพร้อมยิ้มอย่างอ่อนโยน มือของเขาเลื่อนมาจับมือของอิจิโกะก่อนวางทาบที่อกด้านซ้ายของตน

 

"เจ้าเอาหัวใจของข้าไปหมดแล้ว แล้วข้ายังสามารถแบ่งใจให้ใครได้อีกหรือ ความรักของข้าเป็นของเจ้าคนเดียวไม่มีใครมาแย่งได้หรอก"

 

"ก็ผม...กลัวนี่ครับทั้งฝันร้ายนั้น แล้วก็มิคาสึกิซังที่ทั้งสง่างามและงดงามอีก"

 

"นี่อิจิโกะ... เจ้ารู้ไหมนกกระเรียนน่ะมีคู่ได้แค่ครั้งเดียวนะ ต่อให้คู่ของมันตายจากไป ก็ไม่สามารถรักใครอื่นได้หรอก"

 

เมื่อได้ฟังดังนั้นอิจิโกะก็โผลเข้ากอดชายตรงหน้า ไออุ่นที่ได้สัมผัส เสียงที่ได้ยิน และเงาสะท้อนตัวเองในแววตาของอีกฝ่าย...ทั้งหมดเป็นของเขา

 

"ผมขอโทษ...ผมกังวลมากไป...ผมกลัว...กลัวว่าความสุขของผมจะละลายหายไปง่ายๆราวกับหิมะ...ทั้งๆที่ควรเชื่อใจสึรุมารุซังแท้ๆ"

 

"แต่ข้าดีใจนะที่ทำให้เจ้าว้าวุ่นได้ขนาดนี้ ฮ่า ฮ่าๆ"

 

"สึรุมารุซัง" อิจิโกะผลักคนตรงหน้าออกก่อนล้มตัวนอนหันหลังให้ สึรุมารุยิ้มอีกครั้งก่อนนอนกอดคนที่งอนเขาไปเรียบร้อยแล้ว

 

"ข้าดีใจ...ที่รู้ว่าทุกลมหายของเจ้านั้น มีข้าอยู่เสมอ" สึรุมารุพลิกตัวอีกฝ่ายกลับมาก่อนจูบที่หน้าผาก "ไม่โกรธข้านะ อิจิโกะของข้า"

 

"ครับ"

 

"ถ้าอย่างนั้นก็นอนได้แล้วนะ"

 

"วันนี้จะไม่..." อิจิโกะหน้าแดงขึ้นทันทีที่จะพูดต่อ

 

"...เจ้าทำข้าแปลกใจจริงๆนะเนี่ย...แต่ว่าพรุ่งนี้ต้องออกทัพนี่นะ เจ้าเองก็น่าจะนอนไม่พอมาหลายวันเพราะฉะนั้นวันนี้นอนเถอะนะ"

 

อิจิโกะยิ้มให้ ก่อนเปลือกตาที่หนักอึ้งจะค่อยๆปิดลง อาจเพราะหมดเรื่องกังวลทำให้ง่วงกว่าปกติ แต่ก่อนจะหลับไปนั้นเขารู้สึกได้ว่า สึรุมารุกอดเขาพร้อมกับพึมพำเบาๆ

 

"ไม่ต้องเอาใจข้าจนตัวเองเหนื่อยก็ได้นี่...เป็นตัวของเจ้าเองก็ดีอยู่แล้ว...ข้าไม่ได้ต้องการทำเรื่องแบบนั้นกับเจ้าอย่างเดียวสักหน่อย...แค่ได้เห็นเจ้ายิ้ม เห็นเจ้าหัวเราะ และอยู่เคียงข้างข้า...เท่านี้ก็ทำให้ข้ามีความสุขมากแล้ว...หนึ่งเดียวชั่วชีวิตของข้า"

 

คำพูดที่ทำให้ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความดีใจที่รู้ว่าอีกฝ่ายถนอม และรักษาเขามากขนาดไหน

 

อิจิโกะซุกตัวกับอ้อมกอดนั้นกอดจะหลับไปในที่สุด...คืนนี้ไม่ฝันร้ายอีกแล้ว

 

หลังจากนั้นอาทิตย์หนึ่งเมื่อซานิวะสาวทราบเรื่องจากพวกเด็กๆว่าแต่ละคนต้องผลัดกันไปนอนเป็นเพื่อมิคาสึกิ จึงทำการจัดทัพเพื่อออกตามหาโคคิสึเนะมารุทันที รวมถึงมอบหน้าที่ใหม่ให้มิคาสึกิที่เพิ่งโทคุ คือ ไปหานายช่างแล้วขอให้ตีดาบโคคิสึเนะมารุทุกวัน ทำให้ทุกคนในฮงมารุต่างต้องผลัดกันทำงานอย่างแข็งขัน ส่วนตอนกลางคืนก็จัดเวรให้ไปนอนเป็นเพื่อนมิคาสึกิ

 

“เหมือนดูแลน้องอีกคนเลยนะครับ”

 

“ยิ่งกว่าน้องอีก อายุก็ปูนนี้แล้วยังทำตัวเป็นเด็กไปได้”

 

“แต่เด็กๆก็ดูจะชอบมิคาสึกิซังนะครับ” อิจิโกะมองไปทางเด็กๆที่กำลังฟังนิทานอย่างตั้งใจก่อนหันกลับมายิ้มให้สึรุมารุที่กำลังเขียนรายงานการรบเพื่อส่งให้กับซานิวะ

 

“หิมะละลายหมดแล้วนะครับ”

 

อิจิโกะเอ่ยขึ้นด้วยความเสียดายนิดๆ สายลมที่เริ่มอุ่นขึ้นพัดผ่านมาทำให้ผมสีฟ้านั้นยุ่งเล็กน้อย

สึรุมารุจึงเอื้อมมือขาวเรียวไปลูบผมนั้นให้เข้าทรงก่อนโน้มตัวไปหอมแก้มเนียน

 

“อ๊ะ!...สึรุมารุซังเดี๋ยวพวกเด็กๆเห็น”

 

“ไม่เห็นหรอก...จะว่าไปถึงหิมะจะละลายไปตามเวลาที่ฤดูกาลเปลี่ยนผัน แต่หิมะของข้ากับเจ้าจะไม่มีวันละลายแน่นอน...เจ้าว่าไหม”

 

“ครับ”

 

รอยยิ้มที่สดใสที่มอบให้ทำให้อีกคนอดที่จะยิ้มแฉ่งไม่ได้...หิมะที่เรียกว่าความรัก และความสุขของพวกเขาจะไม่มีวันจางหาย ตราบนานเท่านาน




หากวันหนึ่ง...เราไม่ได้สบตากัน แต่เรายังคงมีตัวตนในสายตาอีกฝ่ายเสมอ

หากวันหนึ่ง....เราไม่ได้พูดคุยกัน แต่ทุกลมหายใจของเรายังคงคิดถึงกัน

หากวันหนึ่ง...มีใครที่ดีกว่าเข้ามา แต่ความมั่นคงในรักและความเชื่อใจนั้นไม่มีวันสันคลอน

หากวันนั้นมาถึง...รักของเราจะยังอยู่ชั่วนิจนิรันดร์





เพราะรักนี้คือรักเดียวชั่วชีวิต

 

 

 

-----------------------------------------------------------------------

สำหรับคู่นี้ต้องบอกว่าจบแล้วจริงๆค่ะ +55 โปรเจคต่อไปมีหลายคู่แต่เริ่มแต่งได้นิดหน่อย ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามนะคะ (โค้ง)

Comment

Comment:

Tweet